หน้าขณะที่มองไปที่ซูมู่หยุนระยะไกล หลินมู่อวี่พลันยกมือขวาขึ้นประทับที่หน้าอกพร้อมแสดงความเคารพเฉกเช่นทหารแห่งจักรวรรดิและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “หลินมู่อวี่ขออภัยแก่มู่หยุนกงขอรับ!”
ซูมู่หยุนปัดหิมะออกจากชุดเกราะก่อนจะยิ้มและกล่าวว่า “อาอวี่ เจ้าขอโทษด้วยเรื่องอันใด?”
หลินมู่อวี่กล่าว “ข้ายึดครองเมืองห้าหุบเขาโดยมิได้รับอนุญาต อีกทั้งปิดกั้นกองทัพของซูฉินและซูอวี่มิให้เข้าไปในเมือง นอกจากความผิดฐานกระทำการตามอำเภอใจ ก็มีความผิดที่ไม่เคารพผู้อาวุโสขอรับ โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
“เป็นเช่นนี้เอง…”
ซูมู่หยุนหันมองและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อาอวี่บอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดจึงยับยั้งการกวาดล้างเมืองนี้?”
หลินมู่อวี่สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเงยหน้ามองซูมู่หยุน “การสังหารหมู่สามารถเพิ่มพลังอำนาจได้ก็จริง ทว่าองค์จักรพรรดิเป็นผู้มีเมตตาธรรม และมิจำเป็นต้องเพิ่มบารมีด้วยวิธีการนี้ การเข่นฆ่าจะทำให้ฝ่าบาทสูญเสียความเป็นที่รักจากประชาชนที่มีต่อพระองค์ ผลที่ตามมาอาจกลายเป็นหายนะ จักรพรรดิที่ชาญฉลาดควรได้รับความจงรักภักดีจากขุนนางและเป็นที่รักของประชาชน มิใช่เพราะความเกรงกลัว”
“พูดได้ดี!”
ซู่มู่หยุนหัวเราะลั่นขณะลงจากม้าและเดินเข้าไปดึงหลินมู่อวี่ให้ลุกขึ้น “อาอวี่ ข้าโล่งใจมากหากได้เจ้าคอยช่วยเหลือเสี่ยวอินในภายภาคหน้า ลุกขึ้นเถิด เจ้าเป็นอะไรหรือไม่? เข้าไปในเมืองกัน!”
“ขอรับท่านหยุนกง”
แม้ว่าซูมู่หยุนจะใจดีมา