เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นหิมะยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องขณะที่ควันหนาลอยขึ้นเหนือท้องฟ้ารอบเมืองห้าหุบเขา มีซากศพเกลื่อนกลาดบนพื้น ชาวบ้านต่างหวาดกลัวไม่กล้าออกไปไหนและปิดประตูบ้านแน่นหนา
ด้านนอกประตูเมืองทางทิศเหนือ กลุ่มทหารม้าหนักกำลังลากศพอย่างเหนื่อยล้า ตามกฎสมรภูมิรบแห่งจักรวรรดิ ทหารที่เสียชีวิตในสนามรบไม่มีสิทธิ์นำกลับไปฝังที่บ้านเกิด และกฎนี้ก็มีผลกับเหล่านายพลยศต่ำเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดถูกฝังตามจุดที่จัดไว้เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นเน่าและโรคระบาด
…
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนทำให้หมาในโผล่ออกจากป่าทางเหนือของเมืองห้าหุบเขามากัดกินศพทั่วบริเวณ หมาในหนุ่มบางตัวฉีกทึ้งศพกระจัดกระจายซึ่งเป็นฉากที่ดูน่าสังเวช เมื่อเข้าสู่ความตาย ทุกคนก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนจากเมืองห้าหุบเขาหรือเมืองหยาดสายัณห์ สุดท้ายร่างกายของพวกเขาก็ถูกลดทอนกลายเป็นเพียงอาหารให้แก่สัตว์ป่าเหล่านี้
‘กุบกับ…’
ท่ามกลางเสียงเกือกม้าซูฉินมีใบหน้าที่ซีดเซียว ไหล่และศีรษะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เขาปราดมองสภาพที่เลวร้ายของสนามรบและเอ่ยถามแผ่วเบา “หนีไปได้กี่คน?”
รองผู้บัญชาการจางซานตงประสานมือกล่าว “ท่านแม่ทัพฉิน พวกมันหนีไปได้ไม่ถึงยี่สิบคนขอรับ”
“เจ้าพบศพหลงเซียนหลินหรือไม่?”
“ไม่ขอรับ…”
“บัดซบ!” ซูฉินต่อยลงบนอานอย่างหนักหน่วง “พวกเรามีกำลังพลถึงเจ็ดหมื่นนายขณะที่เมืองถูกปิดล้อมเช่นนี้ แล้วหลงเซียนหลินยังสามาร