ถหนีรอดไปได้อีก ช่างเป็นความอัปยศของทัพเขี้ยวกระบี่ยิ่งนัก!”
ใบหน้าของจางซานตงซีดเผือดและไม่กล้าพูดสิ่งใดต่อ
ขณะเดียวกันซูอวี่ที่ออกไปตรวจสอบสนามรบก็กลับมาสมทบ ใบหน้างามเต็มไปด้วยเลือด นางพลันยกมือขึ้นเช็ดทว่ามันกลับไม่ออก ซูอวี่เดินเข้ามาหาซูฉินและกล่าวว่า “พี่ใหญ่…ข้าได้ไปตรวจสอบสนามรบทางใต้แล้ว”
“สถานการณ์เป็นอย่างไร?” ซูฉินถาม
ซูอวี่ขยับริมฝีปากสีแดงของเธอเล็กน้อย ทว่าก็ไม่พูดสิ่งใด
“อาอวี่ ข้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น!” ซูฉินเริ่มขึ้นเสียง
ซูอวี่สูดหายใจลึกและตอบว่า “พี่ใหญ่ ทหารม้าหนึ่งหมื่นนายที่เราจัดไว้ที่ประตูทิศใต้ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เมื่อคืนที่ผ่านมากองกำลังในเมืองจู่โจมเราจนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก”
“เราสูญเสียไปกี่คน!? เจ้าก็แค่พูดมันออกมา!”
“มีผู้เสียชีวิตในสนามรบกว่าเจ็ดหมื่นคน บาดเจ็บสาหัสอีกกว่าสองพันคน ส่วนที่เหลือราวสี่ถึงห้าพันคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย…” ซูอวี่เอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ว่าอย่างไรนะ…”
ร่างกายซูฉินสั่นเล็กน้อยขณะที่ดวงตาเผยความเกลียดชัง “ไอ้กบฏหลงเซียนหลิน…สังหารทหารชั้นยอดกว่าสองหมื่นนายแห่งเมืองหยาดสายัณห์…ไอ้กบฏสารเลว!!”
ทันใดนั้น! ร่างกายซูฉินสั่นเทิ้มก่อนจะกระอักเลือดออกมา บาดแผลจากลูกธนูบนหน้าอกของเขามีเลือดไหลซึม
“พี่ใหญ่ เป็นอะไรหรือไม่?” ซูอวี่เอ่ยถาม
“ไม่เป็นไร ข้าสบายดี…”
ซูฉินกวาดตามองเมืองห้าหุบเขาด้วยสายตาเย็นชา “นักรบผู้กล้าหาญแห่งมณฑลถูกฆ่