ไม่ได้รับอัตรายใดระหว่างทางมานะขอรับ?”
หลินมู่อวี่ไม่อยากพูดถึงมังกรเกราะน้ำแข็งที่เจอในแม่น้ำต้าวเจียง จึงพยายามพูดเลี่ยง “ถึงจะบอกว่ามาทางต้าวเจียง ทว่าเราเพียงผ่านจากไกลๆ เท่านั้น จึงไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นด้านในนั้นบ้าง และในตอนนี้ข้าต้องการเข้าพบท่านหยุนกง ข้าอยากจะรบกวนพวกเจ้าสักคนช่วยไปส่งข้าในเมืองหยาดสายัณห์หน่อยจะได้หรือไม่?”
“เข้าพบท่านหยุนกงอย่างนั้นหรือ?” หัวหน้ากองเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าไม่เคยทราบมาก่อนว่าท่านหยุนกงติดต่อกับวิหารศักดิ์สิทธิ์ หากท่านต้องการพบเขา…โปรดแสดงสถานะของท่านในวิหารศักดิ์สิทธิ์ว่าท่านเป็นใคร เผื่อข้าอาจรู้จัก หากท่านมีชื่อเสียงมากพอ…”
“ข้ามีนามว่าหลินมู่อวี่”
“หืม?”
เมื่อได้ฟังดังนั้นกองทหารลาดตระเวนแห่งเมืองหยาดสายัณห์ต่างพากันตกตะลึงและรีบทำความเคารพแก่หลินมู่อวี่ แม้แต่ทหารที่อยู่บนหลังม้ายังต้องรีบลงมาเพื่อให้เกียรติ เพราะหากชายตรงหน้าคือหลินมู่อวี่จริง พวกเขาจะทำเพิกเฉยไม่ได้ ชายผู้เป็นถึงหนึ่งในสามผู้บัญชาการองครักษ์อวี้หลิน หนึ่งในสี่วีรบุรุษแห่งหลันเยี่ยน และที่สำคัญคือบุตรบุญธรรมแห่งจักรพรรดิฉินจิ้น มิเช่นนั้นแล้วคงโดนโทษทัณฑ์อย่างมิอาจให้อภัยได้เป็นแน่
หัวหน้ากองมองหลินมู่อวี่ด้วยความหวั่นเกรงก่อนจะเอ่ยถาม “ท่าน…ท่านคือวีรบุรุษผู้ชนะงานประลองยุทธ์ แม่ทัพผู้บ้าบิ่นหลินมู่อวี่ใช่หรือไม่ขอรับ?”
“แล้วเหตุใดข้าต้องโป้ปดด้วยเล่า?”
“เช่นน