หลินมู่อวี่แบกฉินอินวิ่งฝ่าสายลมอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ฉินอินต้องปะทะกับการโจมตี แม้จะได้รับการฝึกร่างกายมาบ้างทว่าด้วยอาการบาดเจ็บทำให้อ่อนแอยิ่งนัก
กระทั่งหนีไม่พ้น หลินมู่อวี่จึงหันหน้าเข้ารับการโจมตีด้วยเกราะปราณ
“ปึก!”
แรงอัดกระแทกจากไม้บรรทัดเหล็กที่พุ่งมา ส่งผลให้หลินมู่อวี่ซี่โครงหักและกระอักเลือด ความปวดร้าวแผ่ซ่านจนขาทั้งสองข้างสั่นสะท้านเริ่มรับน้ำหนักไม่ไหว ทว่าก็ยังฝืนไปต่อ…ต้องไปให้ไกลกว่านี้แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
ซึ่งโอกาสทิ้งระยะไล่ล่ามาถึงแล้ว เนื่องจากขาที่บาดเจ็บของศัตรูทำให้มันวิ่งช้าลง
ไม่นานมีดเสียงปีศาจแหวกสายลมบินกลับเข้าฝักอย่างรวดเร็ว
หลังจากวิ่งมากว่าชั่วโมง ในที่สุดขาของหลินมู่อวี่ก็เริ่มล้า ทั้งยังอาการสาหัสจากแขนทั้งสองข้างอีก สติของหลินมู่อวี่เริ่มพล่าเลือนพร้อมจะสลบไปทุกขณะ
“เสี่ยวอิน ข้าเหนื่อยล้าเต็มทีแล้ว” หลินมู่อวี่เอ่ยอย่างอ่อนแรง
ฉินอินน้ำตาคลอพยักหน้าพลางกล่าว “อาอวี่เราเข้าใกล้จะถึงหุบเขาต้าวเจียงแล้ว…หยุดพักรักษาแผลก่อนเถิด นักฆ่าปริศนานั่นคงเลิกตามเราแล้ว”
“อืม”
เมื่อวางฉินอินกับพื้นสำเร็จหลินมู่อวี่ก็ทิ้งตัวลงในทันใด ขณะเดียวกันหมาป่าวาโยสีทองก็พุ่งพรวดออกมาจากชายป่าด้านข้าง มันกระดิกหางด้วยความดีใจเมื่อได้เจอผู้เป็นนายอีกครั้ง ฉินอินเข้าใจที่มันหนีไปเช่นนี้ ความหวาดกลัวต่อผู้ที่แข็งแกร่งอย่างนักฆ่าปริศนาเป็นสัญชาตญาณของมัน
ฉินอินล้วงกอ