งโอสถหลากชนิดออกมาจากถุงสรรพสิ่ง หลินมู่อวี่เอ่ยขึ้นเมื่อตรวจสอบโอสถเหล่านั้นอย่างถี่ถ้วนแล้ว “นี่คือโอสถเทพประสาน…ช่วยรักษาแขนข้าให้ไม่กลายเป็นคนพิการได้ วานช่วยทาแผลให้ข้าที จากนั้นจงใช้โอสถฟื้นฟูและโอสถสีทองรักษาตัวเองด้วย เพราะแผลของเจ้าก็สาหัสไม่แพ้ข้าหากไม่รีบจะแย่เอาได้”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ แต่ข้าจะรักษาท่านพี่ให้เรียบร้อยเสียก่อน”
ฉินอินเร่งรักษาหลินมู่อวี่ ทว่าเมื่อเห็นข้อมืออันเหวอะหวะแล้ว ทั้งร่างก็สั่นเทิ้ม…พยายามฝืนน้ำตาไม่ให้ไหลและทายาตามแผลฉกรรจ์
หลินมู่อวี่นอนพักใต้ต้นสนแห้งด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากได้รับการรักษาแล้วแขนขวาดูเหมือนจะเริ่มขยับได้เล็กน้อย เขาค่อยๆ ยกมันขึ้นแตะบ่าฉินอินพลางยิ้มกล่าว “อย่าโศกเศร้าไปเลย เราหนีรอดมาได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว”
“เจ้าค่ะ”
ฉินอินปาดน้ำตาที่หยดย้อยก่อนจะเอ่ย “ไอ้สารเลวนั่นเป็นใครถึงได้แข็งแกร่งนักเจ้าคะ? พลังอันน่ากลัวนั่น…ทรงพลังยิ่งกว่าปรมาจารย์เสียอีก…”
“ใช่ ทักษะดาบของมันนับว่าอยู่ในระดับสุดยอด”
หลินมู่อวี่หลับตากล่าว “แม้แต่ข้าที่เป็นถึงผู้ชนะการประลองยุทธ์ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้ อีกทั้งนักฆ่าผู้นี้ยังไม่ใช้วิทยายุทธ์เลยด้วยซ้ำ วิชาของมันแตกต่างจากเรา…เป็นพลังแห่งความมืดอันชั่วร้าย”
“ข้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ”
ฉินอินพันแผลของหลินมู่อวี่ เมื่อได้เห็นคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้า น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้าอีกครั้ง “เจ้านักฆ่าปริศนานั่นคงเป็น