หลังต้นไม้นั้นเสีย” หลินมู่อวี่ชี้ไปยังต้นสนยักษ์ที่อยู่ไม่ไกล
“ไม่เจ้าค่ะ”
ฉินอินปฏิเสธพลันเอ่ยด้วยแววตาจริงจัง “ข้าจะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงอีก ครานี้ข้าจะปกป้องท่านพี่เองเจ้าค่ะ”
ฉินอินตัดสินใจอย่างแน่วแน่พร้อมกับโซ่เทวะสีทองที่ปรากฏขึ้นรอบกาย หลินมู่อวี่ทำได้เพียงยิ้มรับอย่างจำใจ “เช่นนั้นหากเรารอดไปได้ เจ้ากับข้า…เราหนีไปอยู่หุบเขาต้าวเจียงด้วยกัน!”
ฉินอินยิ้ม “ข้าเคยวาดฝันว่าโชคชะตาของข้าคือการได้เป็นจักรพรรดินี มิใช่มาตายเยี่ยงนี้ ฮ่าๆๆ ถึงกระนั้นก็ไม่เป็นไร…ต่อให้ต้องจบชีวิต…ก็ยังมีท่านพี่อยู่เคียงข้างข้า”
“อืม…” หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ “มันมาแล้ว ล่อมันไปที่แม่น้ำกันเถิด”
“เจ้าค่ะ”
…
ไม่ไกลนัก นักฆ่าปริศนากำลังเดินถือดาบมาพร้อมกับเหล็กเทวะ เนื่องจากการกระหน่ำโจมตีด้วยพลังฌาณเจ็ดประทีปและมีดเสียงปีศาจของหลินมู่อวี่ ส่งผลให้พละกำลังนักฆ่าผู้นี้ลดไปกว่าครึ่ง นี่จึงเป็นโอกาสอันดีของหลินมู่อวี่และฉินอินในการเผด็จศึก
“เสี่ยวอิน เจ้าใช้กู่ฉินใช่หรือไม่?” หลินมู่อวี่ยิ้มถาม
ฉินอินล้วงกู่ฉินออกมาจากถุงนภาคราม พลางใช้มือกระชับมันแน่นด้วยความโกรธ โซ่เทวะสีทองเปล่งแสงเรืองรองล้อมรอบร่างขององค์หญิงราวกับชุดคลุม “เต๊ง…” เสียงดีดกู่ฉินสะท้อนคลื่นสีทองซัดสาดเข้าใส่นักฆ่าปริศนาโดยตรง
“หืม?”
นักฆ่าสังเกตเห็นการโจมตีจึงรีบหลบโดยพลัน คลื่นเสียงสีทองเฉือนต้นไม้เบื้องหลังจนขาดเป็นสองท่อน!
“ตาย!”
นักฆ่