ิงออกมา มันเป็นไม้บรรทัด! ทว่ามีตัวหนังสือเขียนไว้ซึ่งหลินมู่อวี่อ่านไม่เข้าใจ จึงส่งไม้บรรทัดนี้ให้ฉินอิน “เสี่ยวอิน เจ้ารู้จักคำเหล่านี้หรือไม่?”
ฉินอินมองคำบนไม้บรรทัดพร้อมขมวดคิ้ว ก่อนจะส่ายหัว “นี่เป็นคำโบราณที่ค่อนข้างคลุมเครือ เสี่ยวอินเข้าใจเพียงหนึ่งถึงสองคำเท่านั้น ส่วนที่เหลือข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย…”
“ช่างน่าปวดหัว…”
หลินมู่อวี่ห่อไม้บรรทัดเหล็กนี้ด้วยผ้าสีดำก่อนจะวางไว้ที่หลังพร้อมกระบี่วิญญาณมังกร “ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด เรารีบไปกันเถิด ข้าจะลองหลอมไม้บรรทัดนี้เพื่อดูว่ามันทำจากสิ่งใด”
“อืม ออกเดินทางกัน!”
…
หลังออกมาจากวัดร้าง ทั้งสองก็เดินตามทางและทะลุผ่านหุบเขาในที่สุด ก่อนจะตั้งกระโจมพักในป่าเมื่อพลบค่ำ
เมื่อก่อกองไฟเสร็จ หลินมู่อวี่ก็ออกลาดตระเวนรอบบริเวณตามปกติ และเข้าไปในกระโจมหลังจากมั่นใจว่าไม่มีอันตราย จากนั้นก็หลับไปพร้อมฉินอิน
ขณะที่นอนหลับ จู่ๆ ร่างกายของเขาก็สั่นเทิ้ม ก่อนที่หลินมู่อวี่จะลืมตาขึ้น
เขาฝัน…ทว่าเป็นฝันที่เหมือนจริงมาก หลินมู่อวี่ฝันว่าชายชุดดำแทงหัวใจของเขาด้วยดาบ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุ
ทักษะชีพจรวิญญาณแผ่ออกไป ทันใดนั้น! หัวใจหลินมู่อวี่ก็เย็นวาบพร้อมตะโกนเสียงดัง พลังอันแข็งแกร่งเข้ามาใกล้โดยที่ฉินอินไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ!
หลินมู่อวี่พลันเอื้อมมือไปโอบฉินอินและม้วนตัวหลบอย่างรวดเร็ว!
‘ฉัวะ!’
ในคืนที่หนาวเหน็บ ประกายดาบตัดกระโจมขาดจนหล่นลงม