็นมหาสมุทรบุปผากว้างใหญ่ งดงามอลังการ จนยากจะละสายตา ในห้วงยามที่พลุ่งพล่านนั้น ความวิจิตรเจิดจรัสยิ่งนัก
วังร้อยบุปผา
พระอัครมเหสีเซียวทรงยืนท่ามกลางมหาสมุทรบุปผา ดุจอัปสรบนสวรรค์ ร่างอรชรพลันเลือนหายไร้ร่องรอย หลุดพ้นจากคัมภีร์สุริยันประภาคารอัคคีของลวี่หยางได้อย่างสง่างาม
ชั่วพริบตาต่อมา บริเวณขอบเขตสุดของมหาสมุทรบุปผา
พร้อมกับแสงเรืองรองหนึ่งสาย พระอัครมเหสีเซียวก้าวอ่อนช้อย ยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบงาม ปลายพระบาทขาวนวลแตะลงบนกลีบดอกไม้สีชาดเพียงแผ่วเบา
“นี่คือ…”
ลวี่หยางเห็นดังนั้น คิ้วก็ยกสูงขึ้นเล็กน้อยบัดนี้ความรู้ความสามารถของเขาสูงส่งยิ่งนัก อีกทั้งวิชาเทพที่พระอัครมเหสีเซียวใช้อยู่กลับใกล้เคียงกับของเขาอย่างพอดิบพอดี จึงตัดสินได้ในทันที
…วิชาเทพธาตุดินเว่ย
เว่ยนั้นเป็นคลังไม้ ดุจมนุษย์ก่อกำแพงล้อมไว้เพื่อปกปักบุปผานานาพรรณ… ด้วยภาพลักษณ์เช่นนี้ วิชาวังร้อยบุปผาคงเป็นวิชาเทพที่สร้างขึ้นเพื่อใช้หลบภัยและหลีกเลี่ยงเคราะห์ภัยโดยเฉพาะ
คิดถึงตรงนี้ ลวี่หยางก็เหลือบมองไปยังตำแหน่งเหนือเศียรพระอัครมเหสีเซียว เห็นชัดคือพระอัครมเหสีฉือเซิ่งหลิงซือซึ่งเป็นตำแหน่งมรรคผลขั้นวางรากฐานสมบูรณ์เช่นกัน ตำแหน่งนี้รับมาจากปฐพีข้างทางและธาตุดินเว่ยก็คือหนึ่งในกิ่งพิภพของปฐพีข้างทางนั่นเอง
มีทั้งตำแหน่งนี้ ประกอบกับวิชาเทพของสวรรค์เจ็ดยอแสง
สิบวิชาเทพ!
ในใจลวี่หยางพลันตื