่นตะลึงอย่างยิ่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบัดนี้พระอัครมเหสีเซียวมีถึงสิบวิชาเทพหนุนหลัง เพียงพอที่จะให้เธอถือความได้เปรียบโดยสิ้นเชิงในการประลองมรรคผล!
ในห้วงยามนั้นเอง พระอัครมเหสีเซียวก็ขยับกายอีกครั้ง
เพียงเห็นนางอ้าปากแดง หน้าอกกระเพื่อม สุดท้ายปล่อยลมหายใจสีขาวออกมาแผ่วเบา ไอขาวกลางอากาศก็แยกเขี้ยวแยกเล็บ ร่างแท้จึงปรากฏออกมาในบัดดล
“โฮก—!”
เพียงได้ยินเสียงคำรามดุดันเกรียงไกรหนึ่ง ลวี่หยางก็หันตามทิศทางที่เสียงนั้นดังมากลับเห็นอสูรร้ายรูปร่างพยัคฆ์ขาวตัวยักษ์ นั่งตระหง่านเหนือขุนเขา ทั้งร่างสูงใหญ่กำยำเกรียงไกร อ้าปากโลหิตกว้าง ร้องคำรามเพียงคราหนึ่งก็กวาดพัดพาม้วนเอาฝุ่นทรายคลุ้งเกรียว แล้วพลันขี่กระแสพายุโหมกระหน่ำ จู่โจมใส่เขาอย่างดุร้าย!
…ราชันย์คุมบรรพต!
ลวี่หยางมองพยัคฆ์ขาวที่พุ่งประชิดเข้ามา ใจพลันสะท้านเล็กน้อยนี่คือวิชาเทพธาตุทองเกิง ในอดีตจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า เฉินไท่เหอเคยบ่มเพาะวิชานี้มาก่อน ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้เห็นบนร่างพระอัครมเหสีเซียวเช่นกัน
อย่างไรก็ดี การรับมือหาได้ยากเย็นอันใด
เพียงพริบตา ลวี่หยางก็หยิบหยกศิลาที่มีเจ็ดทวารออกมาโดยตรง
ของวิเศษนี้มีนามว่าแผ่นหยกหลีเหอเป็นสมบัติที่เขาเคย “ยืม” มาจากคลังสมบัติของวังมังกรในชาติก่อน อานุภาพสามารถโยกย้ายลมปราณภายนอก รับบาดแผลแทนตนได้เป็นส่วนใหญ่
บัดนี้เมื่อถูกลวี่หยางบวงสรวงลอยกลางอากาศ ก็เพราะแผ่นหยกหลีเหอมีรากภาพลักษณ์