ระหว่างที่บรรเลงกู่ฉินอยู่นั้น จู่ๆ บทบรรเลงอันเรียบง่ายก็เปลี่ยนเป็นท่วงทำนองแห่งสงคราม หลินมู่อวี่เมื่อได้ยินก็ปรับเปลี่ยนท่วงท่าของตนด้วยไหวพริบ สะบัดข้อมือวาดดาบตัดสายลมตามวิชาดาบสายลมจักรวรรดิ ดาบสนิมเขรอะดูเหมือนอาวุธสังหารอันคมกริบที่สะท้อนกับแสงไฟจนเปล่งประกายวิบวับในทันที
เมื่อได้ชมฝีมือของทั้งคู่เหล่านักเดินทางและทหารรับจ้างในโรงเตี๊ยมต่างส่งเสียงให้กำลังใจกันกึกก้อง แม้จะเป็นเพียงนักแสดงเร่ร่อน ทว่าท่ารำดาบของเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างงดงามยิ่ง
แท้จริงแล้วจุดมุ่งหมายของการตั้งใจรำดาบของหลินมู่อวี่นั้น เพียงเพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้คนที่จดจ้องไปยังฉินอินเท่านั้น พวกเจ้าต้องผ่านคมดาบนี้ไปให้ได้ก่อน…มิเช่นนั้นอย่าแม้แต่จะคิด!
เมื่อบทบรรเลงจบลงบรรดาผู้ชมต่างโยนเหรียญขึ้นไปบนเวที ทั้งเหรียญเงิน เหรียญทองแดง มีกระทั่งเหรียญทองกระจัดกระจายทั่วพื้น หลินมู่อวี่รู้สึกเหมือนคนรวยขึ้นมาทันตา
ถุงผ้าขาวถูกหยิบออกมาใส่เงินที่ร่วงหล่นตามพื้นโดยหลินมู่อวี่ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าฉินอินยืนยิ้มให้ตนด้วยสายอันอ่อนโยนอยู่ก่อนแล้ว
“เจ้าจะเอ่ยสิ่งใดหรือไม่?” หลินมู่อวี่ถาม
ฉินอินยิ้มตอบ “ไม่มีสิ่งใดเจ้าค่ะ…ข้าเพียงรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่ข้ามีความสุขที่สุดในชีวิต…”
“อย่างนั้นรึ?”
หลินมู่อวี่เลิกคิ้วขึ้นพลางคลี่ยิ้ม “หากไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็จะเป็นเช่นต่อไปในวันข้างหน้า”
“จริงหรือเจ้าคะ?”
“อืม”
“หาก