!
เมื่อลงจากม้าหลินมู่อวี่นำร่มกระดาษเคลือบโทรมๆ ออกมากาง ก่อนจะพบว่ามันมีรูรั่ว หลินมู่อวี่อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ฉินจิ้นช่างเป็นจักรพรรดิที่รักลูกเสียจริงเชียว! หากคิดจะเตรียมร่มผุพังเช่นนี้มาให้ไม่เตรียมเสียยังจะดีกว่า…
ถึงกระนั้นหลินมู่อวี่ก็ยังยื่นร่มไปบังให้ฉินอิน นางเงยหน้ามองเขาด้วยก่อนจะยิ้มหวานพลางเอ่ยขึ้น “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าใช้เสื้อคลุมบังฝนเอาก็ได้…”
“แต่เสื้อคลุมเจ้าทำจากผ้า มันจะบังฝนได้อย่างไรเล่า”
“จริงสิ…” ฉินอินแลบลิ้นออกมาด้วยความเขินอายขัดกับเสื้อคลุมเจ้าหญิงผู้สูงส่งที่สวมอยู่
ทั้งสองจูงม้าตรงไปยังแสงไฟเบื้องหน้ากระทั่งมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง จากจุดที่หลินมู่อวี่และฉินอินอยู่มองเห็นโรงเตี๊ยมและภัตตาคารอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล มีทั้งคนขายของ ผู้ฝึกยุทธ์ และทหารรับจ้างมากมายบนถนนอวิ้นจงสายเก่านี้ แม้จะเป็นเมืองเล็กทว่าเศรษฐกิจค่อนข้างคึกคักไม่น้อย หลินมู่อวี่ยืนตากฝนมองไปรอบเมืองที่ไม่รู้จัก
ในเมืองเล็กคลาคล่ำไปด้วยผู้คนทว่าหลินมู่อวี่และฉินอินไม่ได้แตกต่างจากคนที่เดินผ่านไปมาเลย นั่นคงเป็นเพราะเสื้อคลุมเก่าที่พวกเขาสวมอยู่
อย่างแรกที่ทั่งคู่ทำคือเดินหาสถานที่ทานอาหารและพักผ่อน ทันใดนั้นหลินมู่อวี่ก็สังเกตเห็นโรงเตี๊ยมสองแห่งที่มีป้ายใหญ่เขียนข้อความสะดุดตาเอาไว้ “ซุ้มประตูภูเขาเหล็กหม้อต้มวัว…ประโยคอะไรอ่านไม่รู้เรื่องเอาเสียเลย”
“ประโยคใดหรือ?” ฉินอินเอ่ยปากถาม