ช่างเป็นเมืองที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!
ดูเหมือนผู้บัญชาการหน่วยสอดแนมจะสังเกตเห็นความคิดพวกเขาก่อนจะเผยยิ้มจางๆ “ท่านแม่ทัพเห็นแล้วใช่หรือไม่ว่าเมืองหน้าด่านชีไห่นั้นทะลวงผ่านได้ยาก ป้อมปราการแห่งนี้เป็นที่หนึ่งในปฐพี มีอาวุธและเสบียงมากเพียงพอสำหรับกองทัพเก้าหมื่นนายใช้กว่าเจ็ดปี จักรพรรดิองค์ก่อนทรงใช้เวลาสร้างเมืองหน้าด่านนี้ถึงยี่สิบเอ็ดปี!”
หลินมู่อวี่พยักหน้ารับ “ถือได้ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์!”
“ฮ่า!” ผู้บัญชาการหน่วยสอดแนมมองอย่างภาคภูมิใจ “แม่ทัพใหญ่ตู้ไห่ได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำของ ‘เจ็ดแม่ทัพเทพแห่งจักรวรรดิ’ ซึ่งปกป้องเมืองหน้าด่านชีไห่มานานเกือบสิบปี ป้อมปราการนี้ไม่เคยถูกตีพ่ายสักครั้งเดียว ฮ่า…ตั้งสิบปี!”
หลินมู่อวี่ตะลึง “เจ็ดแม่ทัพเทพแห่งจักรวรรดิ?”
“ใช่!”
ผู้บัญชาการหน่วยสอดแนมถูจมูกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทว่าสมญานามนี้ถูกตั้งขึ้นโดยพี่น้องในกองทัพ ฝ่าบาทมิได้ทรงอนุญาต ฮ่าๆ คิดเสียว่านี่คือเรื่องตลก”
หลินมู่อวี่รู้สึกสนใจจึงเอ่ยถาม “แม่ทัพทั้งเจ็ดเหล่านั้นเป็นผู้ใดกัน?”
“เมื่อเรียงตามลำดับจะได้ ตู้ไห่ เซี่ยงอวี้ เฟิงจี้สิง ฉินเหลย เฟิงเทียนหนาน จื่อเย่า และหลินอี้ ฮ่าๆ…แม่ทัพใหญ่ได้รับการจัดอันดับสูงกว่าเซี่ยงอวี้ทายาทเหวินเทียนเสียอีก!”
“…”
หลินมู่อวี่เผยยิ้มจางๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร เขาสนใจตู้ไห่ผู้นี้มากกว่า บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งจักรวรรดิจะเป็นคนเช