กไปต้อนรับ”
หลินมู่อวี่พลันประสานมืออย่างเคารพ “แม่ทัพใหญ่ช่างมีเมตตากับข้าน้อย ข้านำพระราชโองการขององค์จักรพรรดิมาให้ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ”
“อืม!”
เมื่อเอ่ยถึงชื่อของจักรพรรดิ สีหน้าดุดันของตู้ไห่พลันหายไป เขารีบคุกเข่าต่อหน้าหลินมู่อวี่พร้อมประสานมือ “ข้าน้อยตู้ไห่น้อมรับพระราชโองการขอรับ!”
ผู้บัญชาการกว่ายี่สิบคนต่างคุกเข่าลงด้วยสีหน้าจริงจัง
หลินมู่อวี่หยิบพระราชโองการออกมาอ่าน “พระราชโองการกล่าวว่า แม่ทัพใหญ่ตู้ไห่จักต้องมอบทหารฝีมือดีสองหมื่นนายแก่แม่ทัพองครักษ์ทิศใต้หลินมู่อวี่ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปมณฑลชางหนานเพื่อปราบปรามกลุ่มกบฏสำนักอัศวินที่เหลืออยู่ โดยกำหนดเวลาหกสิบวัน ไม่ว่าจะสามารถกำจัดได้หรือไม่ แม่ทัพหลินมู่อวี่จักต้องส่งกองกำลังสองหมื่นนายกลับคืนเมืองหน้าด่านฉีไห่ และแม่ทัพตู้ไห่ต้องจัดเตรียมทรัพยากรที่จำเป็นแก่พวกเขา จบพระราชโองการ”
ตู้ไห่ตะลึงก่อนจะเงยหน้าขึ้น “ฝ่าบาทมีพระประสงค์…ให้ข้าน้อยมอบกองกำลังให้ท่านอย่างนั้นหรือ?”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ขอรับ ท่านแม่ทัพจะน้อมรับพระราชโองการหรือไม่?”
“อืม!”
ตู้ไห่น้อมรับและมองหลินมู่อวี่ “แม่ทัพหลินมู่อวี่เป็นวีรบุรุษหนุ่มที่หาได้ยากอย่างแท้จริง ย้อนกลับไปเมื่อตู้ไห่อายุเท่าท่าน ข้ายังเป็นเพียงทหารตัวเล็กๆ ทว่าแม่ทัพหลินกลับเป็นถึงแม่ทัพองครักษ์ทิศใต้ และยังได้รับผิดชอบการใหญ่จากฝ่าบาทในการนำทัพทหารสองหมื่นนาย เหล่าผู้บัญชาการกอ