งทัพจักรวรรดิมิสามารถเปรียบเทียบกับท่านได้เลย ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก!”
คำพูดของตู้ไห่มิได้เมตตาหรือไร้ปรานีมากเกินไปทำให้หลินมู่อวี่ไม่แน่ใจว่าควรตอบกลับอย่างไร เขาทำได้เพียงตอบกลับอย่างสุภาพ “ท่านแม่ทัพใหญ่เข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงรับความกรุณาที่ไม่สมควรได้รับจากฝ่าบาท ข้าสงสัยว่า…ท่านแม่ทัพจะเตรียมกองกำลังทหารฝีมือดีทั้งสองหมื่นนายให้ได้เมื่อไหร่ขอรับ?”
“อย่ารีบร้อนไป ทหารสองหมื่นนายมิใช่จำนวนที่น้อย จึงต้องรวบรวมอย่างรอบคอบ แทบไม่ต้องพูดถึงว่าเหล่าทหารทั้งสองหมื่นนั้นต้องการอาวุธ ม้า และเสบียงอาหาร ซึ่งพวกเราจะจัดการให้ในวันรุ่งขึ้น แม่ทัพหลินมีความเห็นอย่างไร?”
“ดีขอรับ ขอบคุณท่านแม่ทัพใหญ่”
“มิต้องถ่อมตัวไป พวกเราต่างก็ทำเพื่อจักรวรรดิซึ่งถือว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน เข้ามาเถิดแม่ทัพหลินและนายกองทั้งสอง เข้ามานั่งตรงนี้ ด้านนอกอากาศหนาว ดังนั้นมาดื่มเพื่ออบอุ่นร่างกายกันเถิด”
“ขอบคุณขอรับ”
…
เวลาผันผ่านจนพลบค่ำ ทุกคนก็เริ่มมึนเมา ขณะที่นายพลบางรายก็เมาอย่างหนัก
หลินมู่อวี่ใช้คาถาสงบจิตตลอดเวลา จู่ๆ เว่ยโฉวก็เดินเข้ามากระซิบ “ท่านขอรับ ข้าน้อยได้สังเกตการณ์ว่าพวกเขาคัดสรรทหารอย่างไร ซึ่งดูธรรมดามากเกินไป ส่วนใหญ่เป็นทหารเก่าและทหารเกณฑ์ใหม่ ทหารเก่าบางนายอายุกว่าหกสิบปีแล้ว เช่นนั้นพวกเขาจะต่อสู้ได้อย่างไร?”
“เจ้าแน่ใจหรือ?”
“แน่ใจขอรับ!” เว่ยโฉวเงยหน้ามองตู้ไห่ “แม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิเป็