ตำหนักเจ๋อเทียนปกคลุมไปด้วยควันสีม่วงจากกำยานส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
มีองครักษ์มังกรอารักขาทั้งสองด้านรวมถึงฉินเหลย เนื่องจากฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนผู้บัญชาการองครักษ์มังกรลาพักจากอาการบาดเจ็บ หลินมู่อวี่และเฟิงจี้สิงเดินเข้าไปในโถงหลัก ขณะเดียวกันฉินจิ้นสวมเสื้อคลุมเดินเข้ามาด้วยคิ้วขมวดแน่น ก่อนเอ่ยถาม “อาอวี่ ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกซุ่มโจมตี เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินมู่อวี่ประสานมือกล่าว “กระหม่อมมิเป็นไร “ทว่าสูญเสียเหล่าพี่น้ององครักษ์อวี้หลินจำนวนยี่สิบนายพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นถอนหายใจโล่งอก “ดีแล้วที่เจ้าปลอดภัย ข้าไม่สามารถปล่อยให้แม่ทัพทั้งสองแห่งแม่ทัพวาโย พิรุณ อสนี และอรุณบาดเจ็บพร้อมกัน มิเช่นนั้น…คนทั้งแผ่นดินคงหัวเราะเยาะข้า”
เฟิงจี้สิงพลันกล่าว “ฝ่าบาท คงต้องจัดการเรื่องการซุ่มโจมตีของสำนักอัศวินโดยเร็ว จักรวรรดิมิควรอดทนกับสำนักอัศวินอีกต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นเผยความโกรธเกรี้ยว “ข้าทราบดี และได้ออกราชโองการแก่ผู้ว่าการมณฑลแล้ว ทว่ายังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้…เจ้าพวกงี่เง่านั่นรับเบี้ยเลี้ยงโดยมิทำงาน พวกมันเพียงโยนความผิดให้นายพลที่ป่วย หรือไม่ก็ส่งทหารออกไปโดยมิได้ทำศึก ข้าไม่ทราบเลยว่าเจ้าขยะพวกนี้มีประโยชน์อะไร!”
“นั่น…”
หลินมู่อวี่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าว “ฝ่าบาท แท้จริงแล้วเสนาบดีหลายคนในมณฑลต่างก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทหารระดับสูงของสำนักอัศวิน หรืออาจะทำงานร่วมกัน หากท่านปราบปร