เคลื่อนไหวของตูฮ่วนจะเกินขอบเขตไปแล้ว?
หากเป็นเช่นนั้นก็มิใช่เรื่องยากที่จะแก้ เพียงโยนตูฮ่วนออกไปรับโทษแทนก็จบ เพียงน่าเสียดาย… เดิมทีข้าคิดว่าเจ้ามังกรอสูรตนนั้นคงมีปัญญามากกว่านี้…
พระอัครมเหสีครุ่นคิดพลันรุดเร็ว
แต่เพียงชั่วอึดใจ ดวงเนตรคมก็ฉับพลันหดแคบลง — เพราะ ณ เบื้องไกล นางแลเห็นหมอกฝุ่นตลบคลุ้งทั่วฟ้า พร้อมได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวย่างพร้อมเพรียงดุจหนึ่งเดียว
“ตึง! ตึง! ตึง!”
เสียงนั้นดังก้องราวอัสนี ครู่ต่อมา ก็เห็นหมู่ทหารสวมเกราะเหล็กคลุมหน้าหนักหน่วงในมือกำกระบองประจำราชสำนักสีดำปนแดงเดินออกจากม่านฝุ่น มุ่งหน้าตรงสู่ประตูเสวียนอู่
“กองทัพทั้งห้า!?”
“พวก… พวกเจ้าจะทำสิ่งใดกัน?”
“ข้าคือบัณฑิตที่สอบได้ในปีที่ห้าร้อยสี่สิบสามของรัชศกเจียโย่ว! กองทัพทั้งห้าไร้คำสั่งเกณฑ์ กล้าดีอย่างไรถึงเคลื่อนกำลังโดยพละการ รู้หรือไม่ว่านี่คือโทษมหันต์?”
คำตวาดเหล่านั้น หาได้มีผู้รับฟังไม่ สิ่งที่ตอบแทนกลับมา คือกระบองประจำราชสำนักที่ฟาดลงตรงหน้าอย่างจัง
“ผัวะ!”
เสียงหนักทึบเพียงหนึ่ง เหมือนเสียงนกหวีดประกาศเปิดศึกในทันที ชั่วพริบตา เหล่าทหารกองทัพทั้งห้าก็พุ่งทะยานเข้าสู่หมู่ขุนนางดุจฝูงหมาป่าหิวโซ
ฐานะทหารกองประจำนครหลวง แม้จะถือเพียงยศต่ำสุดขั้นเก้า ทว่าเช่นเดียวกับผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้า เมื่อจัดกระบวนทัพครบหมู่ ยศเหล่านั้นย่อมผสานกำลังกัน ก่อเป็นอำนาจกดข่มขุนนางทุกผู้ที่ต่ำกว่าขั้นห้