เอื้องอรหันต์เป็นกล้วยไม้ที่แปลกประหลาดซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสื่อกลางของพระพุทธเจ้า ทว่ามีคนจำนวนไม่มากนับถือศาสนาพุทธบนแผ่นดินนี้ และเป็นศาสนาพุทธที่แตกต่างจากโลกเดิมซึ่งหลินมู่อวี่ไม่คุ้นเคยนัก แต่ก็ยังมีคำสอนที่ว่า ‘วางดาบลง แล้วหันหน้าสู่ธรรมะ’
“ข้าเคยพบเอื้องอรหันต์ในป่าล่ามังกรซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสองวัน” ชวีฉู่กล่าวพร้อมพยักหน้า “เช่นนั้นข้าจะไปเสาะหาเอื้องอรหันต์ ส่วนเหล่ยหงอยู่ตำหนักเจ๋อเทียนสักสองถึงสามวันเพื่อคอยอารักขาฝ่าบาท ตกลงไหม?”
เหล่ยหงพยักหน้า “ได้ แล้วดอกผิงเม่ยล่ะ?”
“มิจำเป็นต้องเสาะหาดอกผิงเม่ย” ชวีฉู่ยิ้มจางๆ “ข้าเคยเห็นสมุนไพรนี้มาก่อน”
“โอ้? มันอยู่ที่ใด?”
“ที่มณฑลชางหนาน ผู้ว่าการหูเถี่ยหนิงปลูกไว้ที่สวนของเขา ขณะนี้เป็นฤดูหนาวซึ่งดอกผิงเม่ยกำลังบานสะพรั่ง เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเก็บเกี่ยว” ชวีฉู่ไตร่ตรองเป็นอย่างดี “เรารีบไปกันเถิดและส่งคนไปที่เมืองห้าหุบเขาแห่งมณฑลชางหนานเพื่อเจรจากับหูเถี่ยหนิง”
“เราควรส่งใครไป?” เหล่ยหงถาม
ถังเสี่ยวซีจึงอาสา “ให้ข้าไปไหม?”
“ไม่ได้!” ชวีฉู่ปฏิเสธเสียงแข็ง “องค์หญิงซียังมิได้เข้าสู่ขอบเขตนภาและยังขาดความแข็งแกร่ง อีกทั้งเมืองหลวงยังห่างไกลจากมณฑลชางหนานมาก ระหว่างทางนั้นมีโจร กลุ่มทหารรับจ้าง และคนของสำนักอัศวินคอยดักอยู่มากมาย หากองค์หญิงโดนทำร้ายขึ้นมา แผนของเราทั้งหมดก็จะพังลง”
พูดจบชวีฉู่ก็หันมองหลินมู่อวี่ “อาอวี่ เจ้ามี