หิมะในป่าเริ่มละลาย ทว่ายังคงมีสายลมหนาวพัดผ่านอยู่ แม้แต่ชายร่างถึกอย่างเซี่ยโหวยังต้องจามออกมาเป็นครั้งคราว เขาเสียบดาบไว้ที่พื้นหญ้าก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ข้าเกลียดพวกกบฏที่ทำให้ข้าต้องมาอดหลับอดนอน ท่านจะฆ่าพวกมันให้หมดใช่หรือไม่?”
หลินมู่อวี่เอ่ยเสียงเบา “เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
เซี่ยโหวซางเอ่ยขึ้นด้วยแววตาอันแข็งกร้าว “ฆ่า!”
หลินมู่อวี่หันไปถามเว่ยโฉว “เจ้าคิดว่าอย่างไรเว่ยโฉว?”
เว่ยโฉวกระชับคันศรกลืนปีศาจด้วยแววตายากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจัง “แม้สมาชิกส่วนใหญ่ในสำนักอัศวินจะเป็นแค่คนธรรมดา ทว่าก็ถูกปลูกฝังมาโดยคำสอนของสำนักอัศวิน ถึงเราจะเมตตาก็ใช่ว่ามันจะเมตตาเรากลับ ด้วยเหตุนี้จงอย่าได้เชื่อใจพวกมันเป็นอันขาด”
หลินมู่อวี่ถอนหายใจ “เช่นนั้นก็กำจัดพวกมันเสียให้หมด”
“ขอรับท่านผู้บัญชาการ!”
หลินมู่อวี่ครุ่นคิดท่ามกลางแสงจันทราที่สาดสะท้อนผ้าคลุมขาว เขากำลังทำสิ่งใดอยู่กันแน่ขณะที่หลายชีวิตกำลังจะถูกฆ่า หรือ…ตอนนี้ตนได้กลายเป็นขี้ข้าของจักรวรรดิโดยสมบูรณ์แล้ว? หลินมู่อวี่ส่ายหัว ไม่…เป็นไปไม่ได้ เขาคิดเองได้ไม่ต้องให้ใครมาบอกและจะไม่หลงผิดเป็นอันขาด ณ ตอนนี้การสังหารสมาชิกสำนักอัศวินเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คิดเพียงว่าทหารจักรวรรดิไม่มีทางทำร้ายประชาชนของตนก็พอแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าขอกองทัพม้ากำลังตรงมาที่นี่ ภายใต้แสงจันทร์ปรากฏกองทัพสมาชิกสำนักอัศวินกว่าส