นี้เอง…”
ชวีฉู่ลูบเคราขณะที่กล่าว “เมืองชีไห่เป็นตัวแปรสำคัญสำหรับจักรวรรดิ เนื่องจากมีทหารฝีมือดีกว่าสองแสนนายและจอมยุทธ์อีกมากมาย รวมทั้งเหล่าคุณชายถังปิน ถังลู่ และถังเทียน ขณะนี้มีชางหลานปกครองอยู่ซึ่งยังคงรักษาความสงบไว้ได้ หากวันใดที่เขาตาย เมืองชีไห่จะต้องเกิดความโกลาหล”
พูดจบก็หันไปมองหลินมู่อวี่ “เจ้าทำถูกแล้ว หากองค์หญิงซีสามารถปกครองเมืองชีไห่ องค์หญิงอินก็จะมีกองทัพสนับสนุนอันทรงพลังจากองค์หญิงซีเมื่อได้ขึ้นครองบัลลังก์ มิเช่นนั้นการขึ้นครองบัลลังก์โดยไม่มีกองกำลังที่มั่นคง จะทำให้เกิดกลียุคขึ้นในอาณาจักรเป็นแน่”
ฉินอินตกตะลึง “เสด็จพ่อยังคงแข็งแรงดี คงจะไม่…”
ชวีฉู่ส่ายหัว “นับวันร่างกายฝ่าบาทก็ยิ่งอ่อนแอลงเรื่อยๆ เหตุใดองค์หญิงจึงหลอกตนเองเช่นนั้น? ท่านเป็นรัชทายาทและต้องขึ้นครองบัลลังก์สักวัน ขณะที่อาวุโสเหล่ยหงและข้ายังมีชีวิตก็จะปกป้องจักรวรรดิอย่างสุดความสามารถ แต่หากวันใดที่พวกข้าไม่อยู่แล้ว องค์หญิงอินจำเป็นต้องพึ่งพาคนหนุ่มรุ่นเดียวกันเช่นอาอวี่ เฟิงจี้สิง และองค์หญิงซีพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาฉินอินแดงก่ำ “ผู้อาวุโสฉู่…ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ…”
เหล่ยหงลูบเคราขาวพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เฒ่าฉู่ อย่าทำให้องค์หญิงอินเกรงกลัวเลย มันมิได้แย่ถึงเพียงนั้น แม้ร่างกายฝ่าบาทจะอ่อนแอลง แต่ยังสามารถอยู่ได้อีกหลายสิบปี องค์หญิงก็แลเห็นแล้วว่าฝ่าบาททรงประทานยศนายพลวาโย นายพลพิรุณ นายพลอส