ชื่ออยู่ทางเหนือของเมืองหลันเยี่ยน เราไปทานอาหารกลางวันที่นั่นกัน” ถังเสี่ยวซียิ้มอย่างร่าเริง
“อื้ม ได้สิ”
จากนั้นทุกคนก็ขี่ม้าออกไป ถังปินดูไม่พอใจเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเห็นว่าถังเสี่ยวซีสนิทกับหลินมู่อวี่มากเพียงใด
…
ห่างออกไปสิบไมล์จากเมืองหลันเยี่ยน มีโรงเตี๊ยมชื่อดังอยู่ที่นี่ตามดังกล่าว เหล่าพ่อค้าสัญจรแวะเวียนมาที่นี่เพื่อกินซาลาเปาไส้เนื้อและดอกจื่อยินอุ่นๆ ท่ามกลางอากาศหนาว
ถังเสี่ยวซีรับเป็นเจ้ามือและดึงหลินมู่อวี่เข้ามา ถังปินนั่งลงตรงหน้าทั้งคู่ด้วยท่าทางจริงจัง
“พี่ใหญ่ เหตุใดต้องทำท่าจริงจังเช่นนั้น? มีใครรังแกท่านหรือ?” ถังเสี่ยวซีเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
ถังปินอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ผู้ใดจะสามารถรังแกพี่ชายเจ้าได้ เพียงได้เห็นเสี่ยวซีใช้ชีวิตในเมืองหลันเยี่ยนอย่างมีความสุข ข้าก็วางใจ”
“จริงหรือ? ท่านดูไม่เป็นเช่นนั้นเลย”
“ฮ่าๆ เสี่ยวซีอย่าได้คิดมาก” ถังปินเงยหน้ามองหลินมู่อวี่แล้วขมวดคิ้ว “เสี่ยวซี เจ้ารู้จักท่านผู้บัญชาการหลินตั้งแต่เมื่อใด?”
“อืม…คงจะเป็นตั้งแต่ที่เมืองหยินซาน มีอะไรหรือพี่ใหญ่?”
“เปล่า ซาลาเปามาแล้ว กินตอนที่ยังร้อนเถิด กินให้เยอะๆ ดูสิเจ้าผอมแค่ไหน”
“ฮ่าๆ สำหรับหญิงสาว…ยิ่งผอมก็ยิ่งงดงามมิใช่หรือ?”
“เจ้าต้องห่วงสุขภาพด้วย มาสิ กินเพิ่มอีกหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
หลินมู่อวี่รู้สึกได้ถึงความเป็นปรปักษ์ที่ถังปินมีต่อเขา จึงไม่พูดสิ่งใดที่เป็นการสร้างความบาดหมาง เขาท