ียนก็ประคองฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเข้ามา จอมยุทธ์คนอื่นๆ ก็มารอรับพระราชทานยศจากองค์จักรพรรดิ
ฉินอินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เสด็จพ่อ มิได้พระราชทานยศแก่สี่อันดับแรกหรือเพคะ?”
ราวกับว่าในที่สุดฉินอินก็มีโอกาสมอบยศแก่หลินมู่อวี่อย่างที่นางต้องการ
…
ฉินจิ้นพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นไปบนลานประลองพร้อมกระบี่ไร้วิญญาณซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิ ทั้งร่างกายปกคลุมไปด้วยรัศมีราชวงศ์ก่อนจะกล่าวเสียงกังวาน “วีรบุรษแห่งจักรวรรดิฉินได้ถือกำเนิดแล้ว การประลองยุทธ์ครานี้ทำให้ข้าได้เห็นเหล่าผู้มีความสามารถอันล้นหลาม ด้วยกำลังของวีรบุรุษเหล่านี้จะทำให้ราชวงศ์ฉินมั่นคงและยืนหยัดตลอดไป!”
ฉินจิ้นหยุดครู่หนึ่งก่อนพูดต่อว่า “ข้าจะมอบยศให้ ณ บัดดี้ เฟิงจี้สิง หลินมู่อวี่ ฉินเหลย และฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน จะเป็นที่รู้จักกันในนามแม่ทัพทั้งสี่แห่ง ‘วาโย พิรุณ อสนี อรุณ’ และ ‘สี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยน’ จะเป็นสมญานามที่คงอยู่ตลอดไป อีกทั้งจะได้เป็นขุนนางระดับสองของจักรวรรดิ ข้าหวังว่าในภายภาคหน้าพวกเจ้าทั้งสี่จะทะลวงข้าศึกและปกป้องจักรวรรดิฉินอย่างสุดความสามารถ!”
จากนั้นทั้งสี่คนก็ประสานมือรับ
การได้ยศขุนนางระดับสองไม่เลวเลย เมื่อพูดถึงยศขุนนางแล้ว…พวกถังเสี่ยวซี ฉินเหลย ฉินเหยียนและคนอื่นๆ อยู่ในระดับองค์ชายและองค์หญิง ส่วนขุนนางระดับสองนั้นมีอำนาจเท่ากับเสนาธิการระดับสอง แม้จะเป็นเพียงยศ ทว่าต่อไปก็จะไม่มีไม่มีใครกล้