ู้ หลินมู่อวี่รู้สึกเหมือนไม่สามารถฝืนทนได้อีก สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือเฟิงจี้สิงปรากฏตัวขึ้นพร้อมสายฟ้าสีม่วงรอบใบดาบท่ามกลางลมกระโชก ท้องฟ้ามืดสลัวราวกับว่าหมาป่าเพลิงสายฟ้าม่วงกลืนกินแสงอาทิตย์ไปจนหมดสิ้น ทันใดนั้น! เฟิงจี้สิงพลันกระโจนขึ้นตวัดดาบอย่างรวดเร็วขณะที่พลังทั้งหมดร่วงหล่นจากฟ้า!
หลินมู่อวี่ต้องป้องกัน!
พลังเจ็ดประทีปปรากฏขึ้นบนแขนของหลินมู่อวี่ก่อนจะประคองกระบี่ด้วยสองมือและกระโจนออกไป ทันใดนั้น! แสงดาวปกคลุมทั่วร่างกาย ขณะที่ใบดาบเปล่งแสงพลังหนึ่งประทีปซึ่งปะทะกับดาบสะบั้นวาโยอย่างรุนแรง!
‘เปรี้ยง!’
เหล่าผู้ชมไม่สามารถมองเห็นร่างของทั้งคู่บนลานประลอง ซึ่งได้ยินเพียงเสียงปะทะกันของปราณยุทธ์ การโจมตีครั้งนี้ก่อเกิดคลื่นกระแทกรุนแรงกระจายไปทั่วลานจนทำให้หลายคนต้องปิดตา
‘วิ้ง วิ้ง…’
ฉินอินยืนตรงหน้าพ่อของนางพร้อมโซ่เทวะสีทองปรากฏขึ้นโดยรอบปิดกั้นสายลมและก้อนกรวดที่ปลิวมา ถังเสี่ยวซีเองก็เรียกจิ้งจอกอัคนีเพื่อสร้างเกราะไฟ ส่วนชวีฉู่เพียงหรี่ตายืนเฉย ก่อนที่ติ่งอัคนีจะปรากฏขึ้นรอบตัว โดยปกติลมและก้อนกรวดเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำอันตรายให้เขาได้อยู่แล้ว
ถังเสี่ยวซีกล่าวด้วยรอยยิ้มซุกซน “ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงและมู่มู่เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ ทั้งสองไม่แข็งแกร่งเกินไปหน่อยรึ?”
ชวีฉู่เผยยิ้มจางๆ “เป็นดังที่องค์หญิงถังกล่าว เฟิงจี้สิงและหลินมู่อวี่เป็นอัจฉริยะที่มาเกิดสักครั้งในรอบพันปี