ถังปินเดินออกมาจากลานประลองด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ร่างกายกำยำแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง ทายาทเพียงคนเดียวที่ถูกส่งมาจากตระกูลถังแห่งเมืองชีไห่ตกรอบในอันดับที่สิบสอง เขาคิดว่าพระเจ้าช่างไม่ยุติธรรมที่ให้เขามาเจอกับเฟิงจี้สิง ความน่ากลัวของชายผู้นั้นยังติดตรึงในใจเขามาจนถึงตอนนี้
ทางด้านเฟิงจี้สิงที่บาดเจ็บเล็กน้อย เดินออกมาจากลานประลองตรงไปหาฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนและหลินมู่อวี่ด้วยสีหน้าสดใสตรงกันข้ามกับถังบิ้น เมื่อฟังทั้งคู่เอ่ยแสดงความยินดีจบจึงเอ่ยขึ้น “หากไม่ได้โอสถฝันคืนสู่สูงสุดของอาอวี่ช่วยให้บรรลุขอบเขตนภาขั้นสอง ไม่รู้ว่าตอนนี้ข้าจะตกอยู่ในสภาพไหน วิชาผนึกจิ้งจอกอัคนีระดับเจ็ดช่างทรงพลังยิ่งนัก!”
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนพยักหน้า “ต่อไปเป็นอาอวี่…คู่ต่อสู้คือหลิงเฟิงบุตรชายของแม่ทัพองครักษ์หลิงหนานเทียน แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรทั้งยังเป็นถึงยอดฝีมือระดับจักรพรรดินภา หลิงเฟิงเองก็คงสืบทอดพลังมาจากพ่อ ทักษะกระบี่ก็ไม่เป็นสองรองใคร เจ้าต้องระวังตัวให้ดีอาอวี่!”
“อืม ข้าจะระวังไว้”.
หลินมู่อวี่กระชับกระบี่วิญญาณมังกรและเดินเข้าสู่ลานประลอง ในขณะเดียวกันหลิงเฟิงก็กำลังย่างเท้าเข้าไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นเดียวกัน กระบี่ในมือดูเหมือนจะเป็นอาวุธนิลระดับสอง แม้จะมีคุณภาพด้อยกว่ากระบี่วิญญาณมังกร แต่ใช่ว่าจะใช้ป้องกันตัวไม่ได้ อย่างไรก็ตามกุญแจสู่ชัยชนะของหลินมู่อวี่คือพลังยุทธ์ระดับขอบเขตนภาขั้นสอง ในข