ับอนันต์ตรงหน้า เวลาในชั่วขณะนั้นประหนึ่งไหลเร่งรวดเร็ว ดวงตะวันดวงจันทร์ร่วงหล่น ขุนเขามหาสมุทรล่มสลาย
“ฮู่!”
เมื่อเขาคืนสติกลับมา สิ่งที่เห็นอีกครั้งก็ไม่เหลือภาพทั้งหลายเมื่อครู่ มีเพียงแสงทองหนึ่งเส้นวนอยู่รอบปลายนิ้ว สุกสว่างจับตา
“น่าเสียดายที่มีเพียงเสี้ยวหนึ่ง ยังห่างไกลเกินกว่าจะใช้ค้ำชูแดนมงคลได้” ลวี่หยางสูดลมหายใจลึก การหลอมแก่นแท้ทองคำเพื่อให้แดนมงคลเหินขึ้นนั้น แก่นแท้ทองคำเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ หากปริมาณไม่พอ ย่อมไม่อาจค้ำชูแดนมงคลให้เหินสู่ฟ้า ผสานกับตำแหน่งมรรคผลได้ ก็เท่ากับร่างดับมรรคสิ้น
เรื่องนี้แท้จริงแล้วยากยิ่งนัก
เพราะไม่มีผู้ใดรู้แน่ว่า ต้องใช้แก่นแท้ทองคำมากเท่าใดจึงจะทำให้แดนมงคลเหินขึ้นอย่างสมบูรณ์ จนผสานกับตำแหน่งมรรคผลได้ มีเพียงอาศัยความรู้ความสามารถของผู้บำเพ็ญคาดเดาเท่านั้น
คาดถูกแล้ว โอกาสแสวงหาโอสถทองคำก็เพิ่มพูนมหาศาล
คาดผิด ก็เท่ากับความเพียรทั้งสิ้นสูญเปล่า
สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือ แก่นแท้ทองคำน้อยไปก็ไม่ได้ มากเกินไปก็ไม่ดี เพราะเมื่อมากเกินไป จะย้อนมาทำลายจิตวิญญาณและจิตเทวะของผู้บำเพ็ญเสียเอง
ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการกัดกร่อนเสียทีเดียว
ว่ากันโดยเคร่งครัดแล้ว แก่นแท้ทองคำในบั้นปลายควรหลอมรวมกับจิตวิญญาณอยู่แล้ว เป็นความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เพียงแต่ต่อผู้วางรากฐานยังเป็นโทษอยู่
มีเพียงจิตวิญญาณของเจินจวินเท่านั้นที่รองรับการหลอมรวมของแก