าบขึ้นและปัดฝุ่นออกจากชุดเกราะ ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าไปล่ะ”
“ระวังตัวด้วย ผนึกจิ้งจอกอัคนีของถังปินแข็งแกร่งมาก!” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนเตือน
“วางใจเถิด เขามิใช่คู่ต่อสู้ของข้า”
ความมั่นใจของเฟิงจี้สิงเกือบจะเป็นหยิ่งผยอง ทว่ามิได้มีใครแคลงใจกับความทะนงตัวของเขา เฟิงจี้สิงเป็นผู้บัญชาการอายุน้อยที่สุดในจักรวรรดิ มีทหารอวี้หลินใต้บังคับบัญชาสามหมื่นนาย และกองทหารอีกสองหมื่นนายซึ่งกระจายกำลังออกไป ดังนั้นเฟิงจี้สิงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ถังปินยังคงมีสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนจะขึ้นไปบนลานและกล่าวทั้งรอยยิ้ม “ผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงโปรดชี้แนะ ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกันเร็วถึงเพียงนี้ในการประลองยุทธ์ ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ”
เฟิงจี้สิงเผยยิ้ม “คุณชายถังปินโปรดเมตตา อย่าปล่อยให้ข้าพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถจนเกินไป”
“ถ่อมตัวเกินไปแล้ว”
“อืม!”
เฟิงจี้สิงตวัดดาบและเสียงหอนหมาป่าก็ดังขึ้น หมาป่าเพลิงสายฟ้าม่วงปรากฏขึ้นบนไหล่พร้อมปล่อยสายฟ้าแล่นแปลบบนใบดาบ ชุดศึกปลิวไสวตามสายลม คิ้วคมได้รูป และดวงตาเปล่งประกายราวกับดวงดารา ถึงแม้เฟิงจี้สิงจะยังไม่เริ่ม ก็ทำให้หญิงสาวนับไม่ถ้วนหลงใหลจนแทบกรีดร้องออกมาแล้ว!
ถังปินเผชิญหน้าเฟิงจี้สิงโดยปราศจากอาวุธ เขาฝึกฝนผนึกจิ้งจอกอัคนีมาทั้งชีวิต จึงไม่เกรงกลัวอาวุธใด
“เข้ามา!”
เฟิงจี้สิงเริ่มการโจมตีก่อน เขาตวัดดาบสะบั้นวาโยเพื่อสร้างลม จากนั้นก็ฟันออกไปด้วยพ