อวี่จื้อหยานผู้ทรงเกียรติ”
“หามิได้”
อันที่จริงหลินมู่อวี่ไม่มีสิทธิ์ยืนอยู่ต่อหน้าขุนนางเช่นนี้เพราะตนเป็นเพียงแม่ทัพมังกรพเนจรอันดับหก และผู้ที่สามารถยืนประจัญหน้าได้มีเพียงแม่ทัพอันดับสามขึ้นไปเท่านั้น แต่ด้วยวันนี้มีงานประลองยุทธ์ ตำแหน่งทางทหารจึงได้รับการยกเว้น
หลินมู่อวี่มองไปยังฉินเหลยด้านหลังมีทหารสองนายยืนอยู่ คนแรกคือฉู๋ฉว๋ายเหมี่ยน ผู้บัญชาการองครักษ์มังกร และอีกคนคือจู้เก่ออวิ๋น ผู้บัญชาการองครักษ์พยัคฆ์ หลินมู่อวี่ที่เป็นผู้บัญชาการองครักษ์อินทรีจึงคิดจะเดินไปยืนกับฉินเหลย
หลินมู่หันหลังเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว อวี่จื้อหยานก็ตะโกนเรียก “ช้าก่อนหลินมู่อวี่!”
“มีอะไรหรือขอรับ?” หลินมู่อวี่หันไปมองต้นเสียง
อวี่จื้อหยานเอ่ยถามด้วยความสงสัย “จากที่ข้ารู้มา…อาวุธที่จะทำลายอาวุธระดับนิลได้ อย่างน้อยต้องเป็นระดับปราชญ์ขึ้นไป แล้วสัตว์วิญญาณที่ข้าเห็นเมื่อครู่ เจ้า…ไปเอากระบี่นี้มาจากไหน? ถ้าจะพูดให้ถูกมันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะมี ‘จิตแห่งช่างหลอม’ ขณะที่อายุยังน้อย เจ้าสร้างอาวุธปราชญ์ได้อย่างไรกัน?”
ถึงจะรู้ว่าตัดสินด้วยอายุไม่ได้ ถึงกระนั้นหากหลินมู่อวี่ไม่อธิบายให้ชัดเจนว่าใช้วิธีไหน อวี่จื้อหยานคงไม่ยอมเลิกราเป็นแน่แน่ หลินมู่อวี่ประสานกำปั้นคำนับและเอ่ยขึ้น “ไม่นานมานี้ มีฤาษีตนหนึ่งผู้มีทักษะในการหลอมแก่กล้าเดินทางผ่านมายังเมืองหลันเยี่ยนและไปพำนักอยู่ที่เขารังอินทรี ข้าจ