ึงได้พูดคุยกับเขานิดหน่อย หลังจากนั้นข้าจึงจัดหาวัตถุดิบและขอให้เขาช่วยตีดาบจื่อยินให้องค์หญิง ท่านอวี่จื้อหยาน…เราพนันกันไว้ว่าดาบหลอมของใครจะแกร่งที่สุด แต่ไม่ได้บอกว่าต้องทำด้วยตนเองมิใช่หรือ?”
“อย่างนั้นรึ…”
อวี่จื้อหยานเผยรอยยิ้ม ในบรรดาคนรุ่นใหม่เขาคิดว่าตนเองคือสุดยอดปรมาจารย์ด้านการหลอมอาวุธ ด้วยสิ่งที่หลินมู่อวี่กล่าวเมื่อครู่ทำให้ความมั่นใจเขากลับมาอีกครั้ง เขาคำนับและเอ่ยขึ้น “ถึงท่านหลินมู่อวี่จะฉลาดแกมโกงในครานี้…ข้าก็ขอยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี เหรียญทองสองหมื่นเหรียญนี่ถือว่าเป็นของขวัญชั่วคราวให้แก่หน่วยองครักษ์อินทรีก็แล้วกัน อ้อ…”
“ขอบพระคุณสำหรับความเมตตาของท่านอวี่จื้อนะขอรับ!”
หลินมู่อวี่พูดตัดบทก่อนจะเดินไปหาฉินอินพร้อมกระบี่จื่อยินในมือ “ข้าแต่ฝ่าพระบาท ข้าขอพระบรมราชานุญาตในการมอบกระบี่เล่มนี้แก่องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะกล่าว “แน่นอน เสี่ยวอินเป็นน้องสาวเจ้า เจ้ามีสิทธ์ชอบธรรมในการมอบให้นางโดยตรง เสี่ยวอิน…เหตุใดยังไม่มารับของขวัญจากพี่เจ้าอีกเล่า?”
ฉินจิ้นมองดูด้วยความยินดี เมื่อฉินอินจับชายชุดคลุมและเดินลงจากบัลลังก์ทองด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคู่สวยจ้องมองหลินมู่อวี่ด้วยความสุข กระทั่งใบหน้าเรียวสวยมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินมู่อวี่พร้อมกับรอยยิ้มอันงดงาม “ขอบคุณสำหรับกระบี่จื่อยินเจ้าค่ะท่านพี่!”
ฉินอินที่สวยงามราวกับนางฟ้าทำให้หัวใจหลินม