ู่อวี่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขายกกระบี่ขึ้นและกล่าว “เชิญองค์หญิงตรวจสอบดูเถิดขอรับว่าพระองค์พอพระทัยหรือไม่?”
“ข้าพอใจมาก”
ฉินอินรับกระบี่มาถือก่อนจะดึงมันออกจากฝัน “ชิ้ง” คมกระบี่รูปร่างเรียวยาวมีลายมังกรปรากฏจางๆ บริเวณโคนกระบี่มีตัวอักษร “ฉินอิน” ที่เขียนด้วยตัวหนังสือของนางสลักอยู่ เมื่อพลังวิญญาณจากกระบี่ถูกปลดปล่อย มีเพลิงปรากฏขึ้นรอบล้อมตัวอักษรอย่างน่าประหลาด ยิ่งไปกว่านั้น…ทั้งที่เพิ่งผ่านการปะทะรุนแรงกับกระบี่วิญญาณหยกของอวี่จื้อหยานมาแท้ แต่กลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนเลยสักรอย หากบอกว่าคมมีดนี้มีความแข็งแกร่งเท่ากระบี่แปดเล่มก็ไม่เกินจริง!
“เจ้าชอบหรือไม่?” หลินมู่อวี่ถามด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
ฉินอินเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเบามือก่อนจะตอบ “อืม…ข้าชอบมาก ขอบพระคุณเจ้าค่ะท่านพี่”
“ดีใจที่เจ้าชอบ เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน”
“จริงสิ…เดี๋ยวท่านพี่ต้องเข้าร่วมงานประลอง เช่นนั้นจงสู้ให้สุดฝีมือเลยนะท่านพี่!”
“ข้ารู้แล้ว…ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะ!”
หลินมู่อวี่หันกลับไปยืนด้านหลังฉินเหลยตามเดิม เขาไม่ควรแสดงความสนิทสนมกับฉินอินต่อหน้าการประชุมขุนนางมากจนเกินไป มิเช่นนั้นจะถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมเอาได้ อีกทั้งฉินอินยังเป็นถึงองค์รัชทายาทซึ่งไม่รู้ว่าเหล่าขุนนางคิดเช่นไรกับนางกันบ้าง เพราะการที่เขาเข้าตีสนิทกับฉินอินย่อมมีคนไม่เห็นด้วยมากมายเป็นแน่ และด้วยยังไม่แข็งแกร่งมากพอหลินมู่อวี