่จึงไม่อยากก่อปัญหาขึ้นในตอนนี้ ต่อเมื่อกลุ่มมังกรผงาดเติบโตและมีกองกำลังกว่าแสนนายเมื่อไร…คงไม่มีสิ่งใดต้องกลัวอีก
ฉะนั้นต้องอดทนไปก่อนจนกว่าเวลานั้นจะมาถึง นี่เป้นสิ่งแรกที่หลินมู่อวี่ได้เรียนรู้เมื่อมายังโลกนี้
ฉินอินกระชับกระบี่จื่อยินแล้วเดินกลับไปนั่งบนบัลลังก์ข้างฉินจิ้นก่อนจะเอ่ยขึ้น “วันนี้เป็นวันสำคัญ การประลองยุทธ์ที่จัดขึ้นทุกสามปีเวียนมาบรรจบ บรรดาหนุ่มสาวทั้งหลายต่างเข้าร่วมเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ข้าเองก็อยากรู้ว่าใครจะได้เป็นผู้พิชิตเหรียญตรามังกรทอง เหล่าขุนนางทั้งหลายเราย้ายไปยังลานประลองเพื่อรับชมกันเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินจิ้นลุกขึ้นยืนในฐานะผู้นำและเดินลงจากบัลลังก์พร้อมกับควงแขนฉินอิน ฉินเหลยมองหน้าหลินมู่อวี่กับฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนเป็นสัญญาณให้ตามทั้งคู่ไป หลินมู่อวี่ยิ้มเมื่อฉินอินหันมามอง “ท่านพี่หายจากอาการบาดเจ็บหรือยังเจ้าคะ? ถึงจะบอกให้ท่านพี่ทำสุดความสามารถแต่ก็อย่าฝืนตัวเองไปนะเจ้าคะ”
“วางใจเถิด ข้าดีขึ้นมากแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”
ถังเสี่ยวซีที่เดินอยู่ข้างๆ รีบเข้าประจบและเอ่ยขึ้น “มู่มู่ ในการประลองหากเจ้าพบกับถังปินท่านพี่ข้า เจ้าจงระวังตัวให้ดี ผนึกจิ้งจอกอัคนีของเขาบรรลุระดับเจ็ดแล้ว…อาจทำให้เจ้ารับมือยาก”
“ท่านพี่ของเสี่ยวซีงั้นหรือ?” หลินมู่อวี่ประหลาดใจ
ฉินอินที่ฟังอยู่อธิบายด้วยรอยยิ้ม “ตระกูลถังแห่งเมืองชีไห่มีบุตรชายทั้งหมดสามคน บุตรคนโตมีลู