เมื่อกลับมาถึงรังอินทรีในยามบ่าย หลินมู่อวี่ก็รีบตรงไปหลอมอาวุธทันที
ด้วยเศษนิลพิศวงอายุหนึ่งหมื่นปีที่ซื้อจากร้านค้าแห่งจักรวรรดิและศิลามังกรนภาอายุหนึ่งหมื่นปี หลินมู่อวี่เชื่อว่าอาวุธที่สร้างไม่ด้อยไปกว่าของอวี่จื้อหยานแน่
ขณะเดียวกันก็รู้สึกคันเล็กน้อยที่หัวไหล่เนื่องจากบาดแผลเริ่มแห้ง ผลของยาสมานแผลขั้นหนึ่งค่อนข้างน่าตกใจ
‘วิ้ง!’
หลินมู่อวี่เรียกติ่งหลอมยักษ์และเริ่มหลอมนิลพิศวงอายุหนึ่งหมื่นปี อาจเป็นเพราะพลังที่แข็งแกร่งขึ้น หรือเพราะปราณยุทธ์ที่บริสุทธิ์มากขึ้น ทำให้ภายในครึ่งชั่วโมงก็หลอมนิลพิศวงหนักสามสิบชั่งจนเสร็จ แสงดาวสาดส่องลงบนเหล็กนิลขณะที่ไฟหลอมชั้นที่หกเพลิงสวรรค์อันทรงพลังหลอมเหล็กอย่างรวดเร็วจนนิลพิศวงเหลือเพียงยี่สิบชั่ง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่หลินมู่อวี่ต้องการ แม้ว่าพลังยุทธ์ของฉินอินจะไม่ธรรมดา ทว่านางก็ยังเป็นเพียงเด็กสาวซึ่งมิได้ต้องการกระบี่ที่หนักมาก อย่างน้อยก็ไม่หนักเท่ากระบี่วิญญาณมังกรของเขา
จากนั้นจึงหยิบศิลาวิญญาณมังกรนภาออกมาหย่อนลงในติ่งหลอม หลังจากผ่านไปสองชั่วโมงมังกรนภาก็ทะยานออกจากศิลาพร้อมคำรามเสียงกึกก้อง ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาหลินมู่อวี่ทันที!
‘เปรี้ยง!’
กำแพงเปลวไฟของติ่งหลอมยักษ์พลันปิดกั้นการโจมตีของมังกรนภาอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันหลินมู่อวี่ก็ชักกระบี่วิญญาณมังกร ทันใดนั้น! ก็ตวัดกระบี่พร้อมเสียงคำรามและปลดปล่อยพลังมหาศาล ประกายดาบทำให้จิตวิ