่องและรับรู้ได้ว่าอสูรเทวานั้นอยู่ไม่ไกล มันกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่ เนื่องจากอสูรตนนี้สามารถซ่อนจิตของมันได้แม้จะใช้ทักษะชีพจรวิญญาณไปก็หาไม่เจอ ทว่ายังโชคดีที่พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยหิมะ ดังนั้นหากมันย่างเท้าเมื่อไรต่อให้เบาแค่ไหนหลินมู่อวี่ก็ได้ยิน!
สายลมยังคงพัดโหยหวนอย่างต่อเนื่อง หลินมู่อวี่จำต้องแยกเสียงลมและเสียงฝีเท้าของอสูรให้ออก เขาขมวดคิ้วและกระชับกระบี่วิญญาณมังกรไว้ในมือ แม้จะดูเหมือนกำลังหลับทว่าร่างกายและจิตของเขายังคงตื่นตัวอยู่ตลอด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร แต่อสูรเทวาที่เป็นนักล่าตัวฉกาจกำลังทดสอบสติปัญญาและความกล้าของพวกหลินมู่อวี่อยู่ พวกเขาทำได้เพียงรออย่างอดทนเท่านั้น ต่อเมื่อบรรดาองครักษ์ส่งเสียงกรนออกมา ในที่สุดก็ได้เวลาที่อสูรเทวาเคลื่อนไหวแล้ว!
“สวบ…สวบ…”
หลินมู่อวี่ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำบนพื้นหิมะ สิ่งสำคัญคือเขาต้องกะระยะห่างของอสูรเทวาและคาดเดาว่ามันจะโจมตีมาเมื่อไร
“อย่าขยับ เตรียมตัวให้ดี…มันกำลังมา” หลินมู่อวี่กระซิบบอก
เว่ยโฉวและคนอื่นๆ เตรียมพร้อมทั้งที่ยังอยู่ในท่านอน
“สวบ…สวบ…”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา! เมื่ออสูรเทวาอยู่ห่างราวสิบเมตร หลินมู่อวี่ก็ลืมตาและตะโกนขึ้นทันใด “มันมาแล้ว ทุกคนเตรียมตั้งรับ!”
บรรดาองครักษ์หยิบอาวุธขึ้นมาเตรียมต่อสู้!
ทันใดนั้นอสูรเทวาก็คำรามลั่นอย่างโกรธเกรี้ยวและเผยร่างพร้อมจู่โจมทันที เว่ยโฉวง้างคันศรและยิงออกไปโดยไว!
อสู