งชีวิตในสถานที่เช่นนี้ แม้มันจะสร้างความลำบากให้เราก็ตาม…”
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เรารีบไปกันเถิด”
“ขอรับ!”
หลินมู่อวี่ขึ้นม้าด้วยความยากลำบากก่อนจะมองไปรอบๆ อสูรเทวาเป็นนักล่าโดยกำเนิด และทักษะชีพจรวิญญาณไม่สามารถตรวจจับความสามารถในการซ่อนตัวของมันได้ เป็นดังที่เว่ยโฉวพูด…การอยู่ที่นี่ต่อก็ไม่ต่างจากการรอความตาย!
เขาพลันควบม้าเคลื่อนตัวผ่านหิมะไปอย่างรวดเร็ว
ภายในหัวใจทุกคนต่างหนักอึ้ง พวกเขาคิดว่าจะจบภารกิจนี้ได้อย่างง่ายดาย ทว่าไม่คาดฝันว่าจะต้องเผชิญหน้าอสูรเทวาจนต้องเสี่ยงชีวิตและพบกับความตาย
ขณะที่ควบม้าเว่ยโฉวก็กล่าวว่า “ข้าเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอสูรเทวาตัวนั้นอายุหนึ่งหมื่นสามพันสี่ร้อยปีซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ระดับศักดิ์สิทธิ์ โชคดีเพียงใดที่ทำให้มันบาดเจ็บได้ ดังนั้นจึงควรหนีไปให้ไกลที่สุด…”
“อายุกว่าหมื่นปี?” เซี้ยโหวซางตกใจ
เว่ยโฉวเผยยิ้มจางๆ “อสูรเทวาเป็นอสูรผนึกจันทรา ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานชนิดหนึ่งที่สามารถดูดซับแสงจันทร์ได้ ที่แห่งใดมีอสูรผนึกจันทรา ที่แห่งนั้นย่อมไม่มีแสงจันทร์! เมื่ออสูรผนึกจันทรามีอายุถึงหนึ่งหมื่นปีก็จะกลายร่างเป็นอสูรเทวา และอสูรเทวาเป็นสัตว์หายากระดับต้นๆ ของตำราหมื่นสัตว์ร้าย การที่เราพบมัน…ข้าไม่แน่ใจว่าเราโชคดี หรือโชคร้ายแปดชั่วโคตรกันแน่…”
หัวใจของหลินมู่อวี่หนักอึ้งขณะที่ยังโคจรหลอมกระดูกมังกรเพื่อรักษาบาดแผล เนื่องจากขณะนี้เขามีลางสังหรณ์ไ