ี่ท่านแม่ทัพเข้าสู่ขอบเขตนภาชั้นที่สอง เป็นจอมยุทธ์ราชันสวรรค์ สัตว์ร้ายทั้งหลายคงไม่กล้าเข้ามาใกล้เราขอรับ”
“เป็นเช่นนั้นหรือ?”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้ว “ถึงกระนั้นก็ต้องระวังตัว”
“รับทราบขอรับ!”
เว่ยโฉวคว้าคันศรจากด้านหลังมาวางไว้ที่เอวเช่นกัน อีกทั้งหยิบลูกธนูมาไว้ใกล้ๆ เพื่อที่จะสามารถโจมตีได้ทุกเมื่อ
…
หลินมู่อวี่หลับตาพร้อมปลดปล่อยทักษะชีพจรวิญญาณอีกครั้ง เขาค้นหาอย่างระมัดระวังขณะที่หูก็ฟังเสียงรอบตัว นอกจากเสียงกีบม้าที่เหยียบย่ำลงบนพื้นหิมะและเสียงลมพัดผ่านเสื้อคลุม ก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก
จู่ๆ หลินมู่อวี่ก็ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงแปลกประหลาด ‘สวบ สวบ’ มันดังคล้ายกับกรงเล็บที่ย่ำลงบนหิมะ กระนั้น…เมื่อหลินมู่อวี่ลืมตาก็ไม่พบสัตว์ร้ายแม้แต่ตัวเดียว
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลินมู่อวี่กัดฟันแน่นอย่างนึกสงสัย ว่าทักษะชีพจรวิญญาณจับเสียงแปลกๆ นี้ได้จากที่ใด?
เมื่อเขามองกลับไปด้านหลังก็ต้องตกใจที่เห็นรอยเท้าของสัตว์ร้ายปรากฏขึ้นบนพื้น ทว่ากลับมองไม่เห็นร่างของมัน! หลินมู่อวี่มั่นใจแล้วว่ามีบางสิ่งกำลังติดตามกองทัพอยู่ ดูเหมือนว่าฌานสัมผัสและลางสังหรณ์ของเขาจะไม่ได้ผิดพลาด!
“ระวัง! มันอยู่ข้างหลังเรา!”
หลินมู่อวี่พลันหันกลับและพุ่งออกไปพร้อมกระบี่วิญญาณมังกร
ท้ายขบวนคือองครักษ์อวี้หลินฮันเช่า…ปราชญ์สงครามระดับห้าสิบสี่ เขาหันไปรอบๆ ด้วยความงุนงงและมองไปที่พื้นหิมะด้านหลัง “ท่านแม่ทัพ ตรงนี้ไม่เห