ได้ศิลาวิญญาณอรุณอายุกว่าหกพันปีมา เขาจะหลอมอาวุธนิลระดับสี่หรือสูงกว่าให้แก่องค์หญิงอิน และด้วยการนี้ฝ่าบาทจะประทานหนึ่งหมื่นเหรีญทองแก่ชายผู้นั้น”
“เป็นเช่นนี้เองหรือ”
หลินมู่อวี่เผยยิ้ม “ในเมื่อเป็นภารกิจจากตำหนักเจ๋อเทียน รังอินทรีก็จะพยายามให้เต็มที่ รบกวนเรียนท่านเสนาธิการเฉอชงด้วยว่ารังอินทรีจะบรรลุภารกิจให้ทันเวลา”
“ภารกิจมิได้จำกัดเวลา เช่นนั้นท่านแม่ทัพไม่จำเป็นต้องไป คงไม่สายเกินไปที่จะทำภารกิจหลังเสร็จสิ้นการประลองยุทธ์ขอรับ”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากขอรับ!”
“หาไม่ขอรับ ข้าน้อยคงต้องขอตัวก่อน”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าไม่ส่ง”
…
เมื่อองครักษ์มังกรจากไปพร้อมกับความมืด เว่ยโฉวก็พูดด้วยความโกรธเกรี้ยว “นี่มันไร้เหตุผลเกินไปแล้ว! ไอ้งี่เง่าเฉอชงคิดว่ารังอินทรีของเราเป็นขี้ข้ารึ!? คิดบ้างหรือไม่ว่าสัตว์วิญญาณอรุณอายุกว่าหกพันปีแข็งแกร่งมากเพียงใด แม้แต่องครักษ์มังกรก็อาจล้มตายได้หากต้องเผชิญหน้าสัตว์ร้ายตัวนั้น! แทบไม่ต้องพูดถึงรังอินทรีเลย…บัดซบ! นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ!”
เซี้ยโหวซางเสริมต่อ “ถูกต้อง ท่านแม่ทัพขอรับ…เราควรรายงานเรื่องนี้และให้เฉอชงรับโทษฐานใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรม!”
“ไม่จำเป็น”
หลินมู่อวี่ยกมือปราม “หากฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้ อาจทรงดำริว่ารังอินทรีของเราไร้ความสามารถ ในเมื่อเฉอชงทำเช่นนี้ เราก็ต้องบรรลุภารกิจให้ได้ ทุกคนไปพักกันแต่หัววันซะ แล้วเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เว่ยโฉว