ย่ำรุ่ง ณ เมืองหลันเยี่ยนที่ผู้คนยังคงหลับใหล หลินมู่อวี่กับอีกสี่คนตื่นแต่เช้า ก่อนจะเรียกทหารองครักษ์ฝีมือดีที่นัดหมายไว้ให้เตรียมม้าแล้วออกเดินจากรังอินทรี ระยะห้าวันนับจากนี้ต้องเร่งทำภารกิจให้สำเร็จภายในสี่วัน เพราะหากม้าศึกเกิดหมดแรงขึ้นมาระหว่างทางคงไม่เป็นการดีแน่ หลังจากเข้าสู่อาณาเขตของป่าล่ามังกรแล้ว พวกหลินมู่อวี่จึงมุ่งหน้าลงใต้ทันที
ตลอดทางที่วิ่งผ่านมีอสูรวิญญาณเพ่นพ่านเต็มไปหมด ทว่าโชคยังดีที่มีถนนเก่าอยู่ในป่า ซึ่งเป็นถนนที่ถูกทิ้งร้างมานานหลังจากทหารจักรวรรดิทำการปิดผนึกป่าห้ามคนเข้าออก ถนนเส้นนี้เคยถูกใช้เป็นทางลัดไปสู่มณฑลเทียนฉู ซึ่งช่วยให้พวกหลินมู่อวี่เดินทางได้ไวขึ้น มิเช่นนั้นการไปให้ถึงจุดหมายโดยใช้ทางปกติบนเขาคงใช้เวลาเกินกว่าห้าวันเป็นแน่
เพียงพริบตาการเดินทางก็ใช้เวลาสองวันหมดไปอย่างรวดเร็ว กลุ่มของหลินมู่อวี่ขณะนี้ได้เข้าสู่ส่วนลึกของป่าล่ามังกรแล้ว พวกเขาใช้เวลาเพียงคืนละสี่ชั่วโมงเท่านั้นในการพักผ่อนและพักม้า เนื่องจากการเดินทางตลอดทั้งวันไม่ได้หยุดพักทำให้ทุกคนมีสภาพอ่อนล้าเต็มที
“น่าเสียดายเป็นบ้า! หากเรามีเวลามากกว่านี้คงล่าพยัคฆ์ล่องนภาอายุสองพันเก้าร้อยปีได้สำเร็จ”
เซี่ยโหวซางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “หนังของพยัคฆ์ล่องนภานั้นล้ำค่านัก กล่าวกันว่าผืนหนึ่งขายที่ร้านค้าจักรวรรดิได้ตั้งห้าพันเหรียญทอง ช่างน่าโมโหเสียจริง”
หลินมู่อวี่ควบม้าต่อพลา