ยวที่เขาร่วมพนันก็เพื่อช่วยจินเสี่ยวถัง แม้จะไม่อยากชักกระบี่ให้ใครเห็นก็ตาม เพราะยิ่งมีคนรู้เรื่องของกระบี่วิญญาณมังกรนี้มากเท่าไร ยิ่งเป็นผลเสียต่อเขามากเท่านั้น
“ก็ได้…”
หัวหน้าโจวเอ่ยด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “เช่นนั้นท่านมากับข้า ตามข้อตกลงข้าจะมอบสองร้อยโล่ให้ ข้าสงสัยจริงว่าท่านจะเอาโล่พวกนี้ไปให้ใคร?”
“ท่านส่งตรงไปยังรังอินทรีได้เลย”
“เข้าใจแล้ว”
หัวหน้าโจวตกใจอีกครั้ง “ท่าน…ท่านเป็นผูบัญชาการคนใหม่ของรังอินทรี หลินมู่อวี่ผู้ช่วยชีวิตองค์หญิงฉินอินใช่หรือไม่?
“อืม”
“ฮ่า! หากเป็นเช่นนั้นโล่ทั้งสองร้อยของข้าก็ไม่เสียของแล้ว!”
“ฮ่าๆๆ เช่นนั้นข้าก็ขอบคุณมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจไป ร้านขายโล่เล็กๆ นี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับใช้องครักษ์อวี้หลิน”
โล่ทั้งสองร้อยถูกส่งไปยังรังอินทรีตอนค่ำ และทำการแจกจ่ายให้คนที่ยังขาดโล่ หลินมู่อวี่ที่ขึ้นชื่อว่า ‘ผู้บัญชาการจอมอู้’ ในที่สุดก็กลับฐานได้เสียที ยังดีที่มีเว่ยโฉวและเซี่ยโหวซางคอยช่วยจัดการเรื่องต่างๆ ให้ มิเช่นนั้นคงวุ่นวายกันทั้งฐานเป็นแน่
“ท่านขอรับ”
เว่ยโฉวที่อยู่ด้านข้างคำนับและเอ่ยขึ้น “หลังเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงเหมันตฤดู ตำหนักเจ๋อเทียนได้มอบหมายภารกิจใหม่ให้หน่วยองครักษ์อินทรี ซึ่งครั้งนี้เป็นภารกิจธรรมดาขอรับ เราต้องเข้าป่าล่ากวางเมฆาสามสิบตัวแและหนังหมาป่าวาโยห้าร้อยตัว นอกจากนั้นองค์จักรพรรดิที่กำลังเตรียมชุดเกราะพิเศษให้แก่ผู้บัญชากา