์รัชทายาทเป็นผู้รับรอง พิธีการและขั้นตอนนับว่าปราศจากช่องโหว่โดยสิ้นเชิง”
หลี่ไท่อันตบโต๊ะฉาด “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้ามังกรอสูรตัวนั้นคิดการไม่ซื่อต่อราชสำนัก!”
“ข้าว่ามิแน่”
รองมหาอาจารย์ส่ายศีรษะ “กรมพระนครบาลเป็นเพียงดาบเล่มหนึ่ง ผู้ที่ใช้ดาบจริง ๆ เพื่อเล่นงานคนของเราน่าจะเป็นพระอัครมเหสีกับองค์รัชทายาทต่างหาก”
หากเป็นเพียงกรมพระนครบาลฝ่ายเดียวแล้วละก็ พวกเขาไม่มีวันยอมให้ลวี่หยางมาจับกุมขุนนางได้ถึงเพียงนี้ แม้หลักฐานจะชัดเจน ขั้นตอนจะถูกต้องตามกฎเพียงใด พวกเขาก็ต้องหาทางขัดขวาง ทว่าเมื่อมีพระอัครมเหสีและองค์รัชทายาทเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ จะเคลื่อนไหวโดยพลการไม่ได้
ในขณะนั้นเอง สีหน้าของหลี่ไท่อันก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ระหว่างสนทนา เขาใช้จิตเทวะเฝ้าสอดส่องความเคลื่อนไหวของกรมพระนครบาลอยู่เสมอ และบัดนี้ได้ตรวจพบความผิดปกติ “แย่แล้ว! เจ้ามังกรอสูรนั่นมันไปยังจวนผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้าแล้ว!”
ภายในจวนผู้บัญชาการกองทัพทั้งห้า
ลวี่หยางก้าวเข้าสู่โถงกว้างด้วยสีหน้าสงบนิ่ง มิได้เกรงใจแม้แต่น้อยเมื่อเดินไปนั่งบนที่นั่งประธาน ส่วนเบื้องล่างคือผู้บัญชาการห้ากองทัพแห่งเมืองหลวงซึ่งพระอัครมเหสีทรงมีพระนามเรียกให้เข้าพบ
“คารวะท่านตูฮ่วน”
“มิต้องมีพิธีรีตอง”
ลวี่หยางยิ้มบางพลางแลเห็นความคิดซ่อนเร้นในใจของทั้งห้าผู้บัญชาการ เรื่องราวเกี่ยวกับคนเหล่านี้ พระอัครมเหสีก็เคย