“หืม อะไรเหรอ?”
“เปล่า เจ้าจะไปตรวจค่ายหรือไม่?”
“ไม่ไป…ในเมื่อมีเว่ยโฉว เซี้ยโหวซาง และเหล่าทหารยาม อีกทั้งหน้าผาที่นี่ก็ไม่ง่ายที่จะปีนขึ้นมา วางใจเถิด รังอินทรีนั้นปลอดภัย ทุกคนที่นี่ต่างอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา คนจากจวนเสินโหวในรังอินทรีถูกข้าไล่ไปหมดแล้ว” หลินมู่อวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ข้าจะยอมรับทหารที่รับใช้คนอื่นในสถานที่ของข้าได้อย่างไร? ข้ามิได้เหมือนกับฝ่าบาทที่สามารถอดทนกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น”
ถังเสี่ยวซีตกตะลึงก่อนจะกล่าวอย่างลังเล “ความจริงแล้ว…”
“ความจริงแล้วอะไรหรือ?” หลินมู่อวี่เอ่ยถาม
ถังเสี่ยวซีไม่ได้กล่าวสิ่งใด เธอพลันเอื้อมมือโอบรอบเอวหลินมู่อวี่ก่อนจะซุกตัวในอ้อมแขนเขา ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกหนาวหรือด้วยสาเหตุใด ทว่าร่างกายของเธอสั่นเทิ้ม “ความจริงแล้วฝ่าบาทมีหลายสิ่งที่ไม่สามารถนำออกมาเปิดเผยได้ เจ้ารู้หรือไม่อาอวี่? ราชาผู้ส่องแสงฉินจิ้น ที่มาของชื่อก็เนื่องจากฝ่าบาทปราบปรามการก่อกบฏ โดยสังหารศัตรูสามแสนคนทางเหนือ และอีกหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นคนทางใต้จนเป็นที่รู้จักกันในนามราชาผู้ส่องแสง ทว่าแม่ทัพที่แท้จริงในการทำศึกเหล่านั้นคือเจิ้งอี้ฝาน…หรือที่รู้จักกันในนามเสินโหว!”