พูดจบเสี่ยวซีก็เม้มริมฝีปากและมองสายฟ้าแปลบปลาบในระยะไกล “เจิ้งอี้ฝานได้รับการขนานนามว่าเป็นจอมพลถึงสองครั้ง และกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของทหารจักรวรรดิอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา หลายปีมานี้องค์จักรพรรดิลดอำนาจของเจิ้งอี้ฝานจนก่อเกิดสถานการณ์ขัดแย้งในปัจจุบันนี้ จากเจ็ดหัวเมืองหลัก สามเมืองในนั้นคือ เมืองหลันเยี่ยน เมืองชีไห่ และเมืองหยาดสายัณห์นั้นขึ้นตรงกับองค์จักรพรรดิ ทว่าทหารจากอีกสี่เมืองสนับสนุนเจิ้งอี้ฝาน…และจากสิบสองเมืองรอง ห้าเมืองอยู่ภายใต้การควบคุมของเมืองหลวง ส่วนที่เหลือปกครองตนเอง ฝ่าบาทฉินจิ้นมีความเห็นไม่ตรงกับเจิ้งอี้ฝาน แต่ก็ไม่กล้าที่จะต่อต้านเขา!”
หลินมู่อวี่สูดหายใจเข้าเอือกใหญ่ก่อนจะพูดว่า “เสี่ยวซีรู้มากกว่าที่ข้ารู้อีก…”
ถังเสี่ยวซีเผยยิ้ม “ข้าเติบโตในเมืองชีไห่และเคยได้ยินมาหลายเรื่องราว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะรู้มากกว่าเจ้า? กระนั้นสถานะของมู่มู่ก็แตกต่างจากตอนที่อยู่เมืองหยินซาน ตอนนี้เจ้าเป็นถึงหนึ่งในสามผู้บังคับบัญชาองครักษ์อวี้หลิน อีกทั้งเป็นผู้บัญชาการระดับสูงที่มีพลังอำนาจ เช่นนั้นคงมีบางสิ่งที่ต้องรู้ไว้ จริงสิ…ข้าจะให้แผนที่การกระจายอำนาจของกำลังทหารในสิบสองแผ่นดิน ไม่ช้าก็เร็วเจ้าควรเรียนรู้สิ่งนี้…”
“อื้ม ขอบคุณมากเสี่ยวซี”
หลินมู่เผยยิ้ม “น่าเสียดายที่สถานะของเสี่ยวซีนั้นสูงเกินไป มิเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าอยู่เคียงข้างในฐานะนายทหารนำทัพ”