เกอหยางที่ยืนมองอยู่ข้างๆ กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เหมือนว่าอาอวี่ของเราจะอยู่ขอบเขตนภาขั้นหนึ่งระดับหกสิบแปด ใกล้จะบรรลุถึงจุดสูงสุดของขั้นหนึ่งแล้ว ฝึกฝนอีกเพียงเล็กน้อยก็จะก้าวสู่ขั้นสองและสร้างเกราะพลังปราณได้เสียที”
หลินมู่อวี่พยักหน้าอย่างมีความสุข เขาไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์ในป่าล่ามังกร สำนักอัศวิน และการต่อสู้ทั้งมวลที่ตำหนักกวางโศกาจะช่วยให้พลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เหมือนว่าเขาจำต้องฝึกฝนอีกเล็กน้อยเพื่อเลื่อนขั้น ทว่าสิ่งที่น่ากังวลคือเขาต้องพัฒนาไฟหลอมอาวุธระดับต่อไปให้ได้เสียก่อน เนื่องจากการหลอมเหล็กวิญญาณเก้าสวรรค์ที่ล้มเหลวยังคงกวนใจเขาอยู่
หลังจากกล่าวลาเหล่ยหงและเกอหยาง หลินมู่อวี่กระชับกระบี่เหลียวหยวนเดินไปยังโรงฝึก มีผู้ดูแลคนหนึ่งกำลังควบคุมการฝึกซ้อมช่วงเช้าอยู่ เมื่อเห็นหลินมู่อวี่เขาจึงหยุดและคำนับ “ท่านหลินมู่อวี่!”
“สวัสดีผู้ดูแลซุนสุย”
เกราะเทวะที่หลินมู่อวี่สวมอยู่ไม่ได้แตกต่างจากชุดของปรมาจารย์ทองคำและเงินเท่าไหร่ เว้นเสียแต่เหรียญยศที่ติดอยู่ตรงคอเสื้อเท่านั้น ทั้งยังสัญลักษณ์ดอกหยินสีทองเปล่งประกายแพรวพราวอันเป็นสัญลักษณ์ทางทหารที่เหล่าปรมาจารย์ไม่สามารถเทียบชั้นได้ แม้กระทั่งผู้ดูแลยังต้องคารวะ…
ไม่นานนักฉินหยานก็ออกมาจากโรงฝึก ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ “ท่านพี่กลับมาแล้ว! ทุกคนมาตรงนี้เร็วเข้า ข้ากำลังจะประลองกับท่านพี่!”