มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วบนกำแพงน้ำเต้า ดาบยักษ์ ไม้เท้า และอาวุธหลากหลายกระแทกลงบนเพลิงกั้นของกระดองเต่าทมิฬ ทหารรับจ้างกว่าครึ่งมีวิญญาณยุทธ์ และพวกเขาโจมตีโดยการใช้วิญญาณยุทธ์ควบแน่นบนอาวุธ แม้ว่าหลินมู่อวี่จะซัดทหารกว่าแปดนายกระเด็นไป ทว่าการถูกล้อมเช่นนี้ก็ทำให้หลินมู่อวี่เคลื่อนไหวได้ยาก โชคดีที่เขามีวิญญาณยุทธ์น้ำเต้า หากเป็นวิญญาณยุทธ์ที่เน้นการโจมตีอย่างเฟิงจี้สิงและฉู่ฮว่ายเหมี่ยน…ถ้าไม่ตายก็คงบาดเจ็บสาหัส และไม่สามารถยื้อไว้นานเช่นนี้
‘เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…’
สายฟ้าควบแน่นอยู่บนฝ่ามือหลินมู่อวี่ กระบี่เหลียวหยวนพุ่งออกมาจากหลังม้า ด้วยพลังของกระบี่สายฟ้าแห่งจักรวรรดิ หลินมู่อวี่โจมตีทั้งสี่ทิศจนทำให้อาวุธของทหารรับจ้างกระเด็นหายไป จากนั้นหลินมู่อวี่คำรามเสียงทุ้มต่ำ และวาดกระบี่สร้างลมกระโชกรอบตัวส่งทุกคนถอยหลังไปหลายก้าว
“เอาล่ะ!”
หลินมู่อวี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมขณะที่กระบี่เหลียวหยวนลอยอยู่เหนือไหล่ ส่องแสงเป็นประกายสายฟ้า เขาพลันยิ้มออกมาบางๆ “พวกเจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ทำได้ถึงเพียงนี้ถือว่าไม่เลวเลย!”
ขณะเดียวกันเหล่าทหารรับจ้างที่กองอยู่บนพื้นก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนทีละคน มีชายร่างใหญ่คนหนึ่งเช็ดเลือดที่จมูกและกล่าวว่า “ท่านผู้นำ ท่านคือ…หลินมู่อวี่ผู้ช่วยชีวิตองค์จักรพรรดิและหญิงงามอันดับหนึ่งองค์หญิงอิน ณ ตำหนักกวางโศกาใช่หรือไม่?
“อืม”
“โอ้…ท่านเคยเห็นองค์หญิงมาก่อนใช่หรือไม่?