ั่นเอง
หลังการอวยยศ ฉินจิ้นกระชับดาบไร้วิญญาณ์ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถึงเวลาหารือกันแล้วว่าเราจะกำจัดกลุ่มกบฏสำนักอัศวินอย่างไรดี?”
แม่ทัพพิทักษ์เมืองอวี่เหวินเซี่ยก้าวออกมาแล้วประสานมือคำนับ “ฝ่าบาท…คนของสำนักอัศวินกระจัดกระจายอยู่หลายแห่งในทุกเมือง อีกทั้งในแต่ละหัวเมืองใหญ่มีทหารกว่าสามล้านนายประจำการ ข้าน้อยเห็นชอบให้เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
“เลื่อนการพิจารณารึ?” ฉินเหลยขมวดคิ้ว “แม่ทัพอวี่เหวิน…สำนักอัศวินเกือบทำการปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิและองค์หญิงได้สำเร็จ เรายังต้องพิจารณาอันใดอีกรึ? หรือท่านคิดว่าราชวงศ์ฉินไม่สมควรมีชีวิตอยู่? หากองค์จักรพรรดิมีรับสั่งให้กำจัดสำนักอัศวิน พวกมันก็ต้องถูกกำจัดโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ!”
อวี่เหวินเซี่ยกล่าวตอบด้วยความตกตะลึง “ผู้บัญชาการฉินเหลย ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้นขอรับ การถกประเด็นเรื่องนี้ไม่ควรเร่งร้อน…ให้ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่าขอรับ”
ฉินจิ้นเอ่ยขึ้น “อย่าทะเลาะกัน เฟิงจี้สิง…เจ้าเป็นคนที่รอบคอบและมีประสบการณ์ที่สุด เจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไร?”
“ขอรับฝ่าพระบาท”
เฟิงจี้สิงคำนับด้วยแววตาเป็นประกาย “ง่ายมากขอรับ…เริ่มจากการกำจัดสำนักอัศวินบริเวณเมืองหลันเยี่ยนก่อน ตามด้วยส่งทหารชั้นยอดเข้ากำจัดสาขาทางตอนเหนือ เมื่อสถานการณ์ทางเหนือเริ่มคงที่แล้วเราจึงเข้าบุกฝั่งใต้ เช่นนี้ต่อให้พวกมันฝังรากลึกสักเพียงใดก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
ฉินจิ้นพยักหน้ายิ้ม “เ