ช่นนั้นข้าจะยกให้เจ้าเป็นคนควบคุมภารกิจนี้”
“ขอรับ!”
เฟิงจี้สิงประสานมือ “ทว่าข้ามีเรื่องอยากขอร้องพระองค์ขอรับ”
“ว่าอย่างไรเล่า?”
“ข้าต้องการคนสองคน”
“อืม…เจ้าต้องการผู้ใด?” ฉินจิ้นสงสัย
เฟิงจี้สิงยิ้ม “หลินมู่อวี่และฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนขอรับ…องครักษ์สองคนนี้ฉลาดและแข็งแกร่ง หากได้ทั้งสองมาช่วยในภารกิจครั้งนี้ ทุกอย่างจะง่ายขึ้นเป็นสองเท่าขอรับ”
“ข้าเห็นด้วย!”
“เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหามิได้ขอรับ” เฟิงจี้สิงเผยท่าทีแห่งความสุข
หลินมู่อวี่ขยับปากกล่าวเสียงอ่อย “ท่านได้ถามท่านพี่ใหญ่ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนกับข้าหรือยัง? เช่นนี้เขาเรียกละเมิดสิทธิมนุษยชนนะขอรับ…”
เฟิงจี้สิงยังคงคำนับอยู่ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา “เจ้าโง่ พี่เฟิ้งผู้นี้ต้องการความช่วยเหลือ หากไม่ใช่เจ้าแล้วจะเป็นใคร? อีกอย่างภารกิจที่ต้องกำจัดสำนักอัศวินทั้งหมด หากข้าพลาดขึ้นมาเจ้ารู้หรือไม่ว่ามีกี่คนคอยเย้ยหยันข้าอยู่? ดีไม่ดีอาจถึงขั้นโดนกฎหมายอาญาและสูญเสียตำแหน่งผู้บัญชาการเชียวนะ”
หลินมู่อวี่ยิ้ม “หากเป็นเช่นนั้นก็ดีสิขอรับ…ท่านจะได้มาเป็นผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างของข้า”
“ข้าจะไม่พูดกับเจ้าอีก…” เฟิงจี้สิงน้อยใจ
ฉู๋ฮว๋ายเหมี่ยนยิ้ม “ดูเหมือนเสือสองตัวจะอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริงๆ…”
เฟิงจี้สิง “…”
หลินมู่อวี่ “…”
หลังการประชุมอย่างเป็นทางการจบลง จักรพรรดิอนุญาตให้ทุกคนแยกย้ายกลับเมืองหลันเยี่ยนได้ในช่วงบ่าย เหล่าขุนนางค่อยๆ ทยอยออกไป