หลินมู่อวี่หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าเฮือกใหญ่ พลังวิญญาณยุทธ์ของเขาราวกับสระน้ำที่แห้งเหือด ตั้งแต่รอดชีวิตมาได้เขาก็ค่อยๆ ฟื้นฟูพลัง เมื่อผ่านไปห้านาทีสีหน้าหลินมู่อวี่ก็ดีขึ้น ทว่ายังคงมีบาดแผลฉกรรจ์อยู่หลายแห่ง
ฉินจิ้นจับมือของฉินอินและเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “เสี่ยวอิน บาดเจ็บหนักหรือไม่?”
“ไม่เพคะ เสด็จพ่อมิต้องเป็นกังวล…”
ฉินอินจับผมที่เต็มไปด้วยเมือกเหนียวก่อนจะเม้มรีฝาก “กระนั้น…ลูกคงต้องทำความสะอาดตัวก่อน ด้วยพระวรกายสกปรกเช่นนี้ ลูกรู้สึกไม่สบายตัวเลย…เสด็จพ่อเพคะ ลูกขอใช้อ่างอาบน้ำที่ลานกลางตำหนักได้หรือไม่?
ฉินจิ้นแย้มพระสรวล “ข้าหลวง! พาองค์หญิงอินไปที่อ่างอาบน้ำของลานกลางตำหนักที”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินหันพระพักตร์ไปที่หลินมู่อวี่ “อาอวี่ ข้าจะกลับมาหาหลังจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เจ้าเองก็…ถูกปกคลุมไปด้วยเมือก เช่นนั้นก็ควรรีบล้างตัว เข้าใจหรือไม่?”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
หลินมู่อวี่เผยยิ้มด้วยความเคารพ
ฉินจิ้นเลิกพระขนงและตรัสว่า “ทหาร! พาหลินมู่อวี่ไปห้องน้ำที่ลานตะวันตก และเตรียมชุดเกราะองครักษ์อวี้หลินตัวใหม่ให้ด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!”
เฟิงจี้สิง ฉินเหลย ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน และคนอื่นๆ ต่างเดินเข้ามาถามไถ่อาการบาดเจ็บของหลินมู่อวี่ ด้วยร่างกายที่อาบไปด้วยเลือด มันดูน่ากลัวมากไม่ว่าจะมองจากมุมไหน
“อาอวี่ เจ้าไม่เป็นอะไรจริงหรือ?” ฉู่ฮว๋ายเหมี่ยนถามขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว “ดูสภาพเจ้าสิ