ดูเหมือนพร้อมจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ! อย่าฝืนตัวเองเลย หากเจ้าเป็นอะไรขึ้นมา ข้าคงไม่รู้จะบอกอาเหยาอย่างไรดี…”
“วางใจเถิด!”
หลินมู่อวี่ตบเสื้อเกราะที่หน้าอกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ร่างกายข้าสบายมาก จริงสิ…ข้าส่งสารไปหาฉู่เหยาเพื่อเตือนท่าน ได้รับหรือไม่ขอรับ?”
ฉินเหลยพยักหน้า “อืม เราได้รับแล้ว ทว่ามันมาช้าไปเล็กน้อย สาวน้อยฉู่เหยาผู้นั้นจึงต้องมาส่งสารด้วยตัวเอง ดังนั้น…เจ้าควรคุยกับนางเอง!”
พูดจบฉินเหลยก็ขยับออกเผยให้เห็นผู้ที่อยู่ด้านหลัง นั่นคือฉู่เหยาที่สวมเครื่องแบบสมาพันธ์โอสถ
“ฮะ?”
หลินมู่อวี่ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี “พี่สาว ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่? ให้นกส่งสารมาก็ได้มิใช่หรือ?”
ดวงตาคู่งามของฉู่เหยาเต็มไปด้วยความตำหนิและกังวล “ยังมาพูดเรื่องนี้อยู่อีก…ข้ามิได้ฝึกนกส่งสารตัวที่สอง จึงต้องมาด้วยตนเอง สมาพันธ์โอสถไม่มีม้า ข้าต้องใช้เบี้ยของทั้งเดือนเพื่อซื้อม้าหนึ่งตัว ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาถึงที่นี่ก่อน!”
“ฮ่าฮ่า…” หลินมู่อวี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “ข้าไม่มีทางเลือก เป็นเพราะข้ากังวลว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นที่ตำหนักกวางโศกา จึงรีบรุดหน้าไปรังอินทรีเพื่อนำกองทหารสามร้อยนายมาเป็นกำลังเสริม”
ไม่ไกลออกไป ฉินจิ้นแย้มพระสรวลและตรัสว่า “หลินมู่อวี่ เป็นการดีที่เจ้านำองครักษ์อินทรีสามร้อยนายมาทันเวลา มิเช่นนั้น…ตัวข้าและเหล่าขุนนางคงถูกทหารของสำนักอัศวินจัดการไปแล้ว”
“ฝ่าบาทได้รับพรจากสรวงสว