่มหนึ่งพุ่งตัวมาด้านหน้า ทว่าไม่สามารถหลบการโจมตีของหางมันได้ พวกเขายืนนิ่งอย่างมึนงงขณะที่เลือดสาดกระเด็นทั่วทุกทิศ ก่อนที่จะล้มลงพร้อมร่างกายขาดครึ่ง
ฉากการเข่นฆ่าบริเวณด้านนอกโหดร้ายจนไม่สามารถทนดูได้ เหล่าสาวรับใช้ในโถงยืนดูอย่างตกตะลึง เฟิงจี้สิงพลันชักดาบขึ้นมาเผชิญหน้ากับงูมังกรอีกคราและร่ายรำเพลงดาบอย่างดุเดือด!
‘เปร้ง เปร้ง!’
เมื่อได้ยินเสียงดังจากด้านนอก ฉินอินที่พระเกศาเพิ่งแห้งหลังสรงน้ำพลันสวมชุดเกราะและชักดาบขนาดใหญ่ “พวกเจ้ารออยู่ที่ ข้าจะออกไปช่วยแม่ทัพเฟิงจี้สิง”
“มิได้พ่ะย่ะค่ะ!”
ข้าหลวงนางหนึ่งรีบคุกเข่าตรงหน้าและกล่าวว่า “พระวรกายของท่านมีค่าเยี่ยงทองคำ เช่นนั้นจะทรงปล่อยให้พระองค์ตกอยู่ในอันตรายได้เยี่ยงไรพ่ะย่ะค่ะ? บ่าวได้ยินมาว่างูมังกรด้านนอกนั่นเป็นสัตว์วิญญาณอายุกว่าหนึ่งหมื่นปี แม้แต่ท่านเฟิงจี้สิงก็มิใช่คู่ต่อสู้ของมัน หากองค์หญิงทรงประสบกับเหตุไม่คาดฝัน ฝ่าบาทต้องทรงกริ้วเป็นแน่…องค์หญิงได้โปรดทรงตริตรองอีกคราด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
‘วิ้ง วิ้ง…’
พันธะเทวาปรากฏขึ้นรอบตัวฉินอินราวกับเทพคุ้มครอง ทำให้เหล่าข้าหลวงผู้ไม่เคยฝึกตนพูดสิ่งใดไม่ออก พันธะเทวาเป็นวิญญาณยุทธ์ประจำราชวงศ์และมีรัศมีแห่งราชัน มนุษย์จะมองไปที่สิ่งนั้นโดยตรงได้เยี่ยงไร? กระนั้นเมื่อฉินอินรุดหน้าออกจากโถง นางพลันทอดพระเนตรเห็นหางกวัดแกว่งอยู่ในอากาศขณะที่สัตว์ร้ายกำลังมุดลงใต้ดิน
ดาบของเฟิงจี้สิง