“เปรี้ยง!”
การปะทะกันของยอดฝีมือขอบเขตปราชญ์และขอบเขตนภาทำให้ทั้งวังสั่นสะเทือนจนเหล่าขุนนางด้านในต้องหนีตาย เมื่อมองไปยังการต่อสู้ที่สวนด้านในตำหนัก มีเสียงอึกทึกปะปนกันทั้งเสียงอสูรคำราม เสียงอันเกรี้ยวกราดขององครักษ์อวี้หลิน รวมไปถึงเสียงคร่ำครวญของทหารใกล้ตาย
ผู้บัญชาการหลัวซิ่งกล่าวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “ฝ่าบาท…ศัตรูคือชางไป๋เฮ่อผู้ซึ่งเคยเป็นสหายคนสำคัญของจวนเสินโหวพ่ะย่ะค่ะ…”
ฉินจิ้นขมวดคิ้ว “จวนเสินโหวอีกแล้วรึ?!”
หลิงหนานเทียนแม่ทัพแห่งเจิ้นกั๋วประสานมือคำนับก่อนจะชูดาบขึ้น “ฝ่าบาทตาแก่ชางไป๋เฮ่อหาได้มีความละอายไม่ ทั้งที่เมื่อครั้งอดีตเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างหามิได้ ทว่าเพลานี้กลับคิดกบฏต่อพระองค์ ข้าน้อยผู้นี้จะขอตัดหัวมันให้ฝ่าบาทเองพ่ะย่ะค่ะ!”
ฉินจิ้นตื้นตันใจ แต่ก็รู้ดีว่าหลิงหนานเทียนชำนาญในการวางแผนมากกว่าด้านการรบที่เทียบกับเฟิงจี้สิง ฉินเหลย และคนอื่นๆ แล้วเขายังด้อยกว่ามาก ฉินจิ้นส่ายหน้า “ไม่…เจ้าเป็นถึงแม่ทัพเจิ้นกั๋ว จะลดตัวลงมาสู้รบกับคนเช่นนี้ได้อย่างไร ใครก็ได้…ตามเฟิงจี้สิงมาพบข้า!”
เฟิงจี้สิงที่อยู่นอกตำหนักมาเข้าเฝ้าฉินจิ้นตามคำสั่ง “ถวายบังคมขอรับฝ่าพระบาท…”
“สถานการณ์ภายนอกเป็นอย่างไร?” ฉินจิ้นขมวดคิ้วถาม
เฟิงจี้สิงตอบ “ขณะนี้ท่านฉินเหลยนำกององครักษ์มังกรเข้าปะทะกับชางไป๋เฮ่ออยู่ขอรับ ฝั่งนั้นมีงูมังกรอายุพันปีเป็นพวกทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่าง