“องครักษ์อินทรี! นั่นมันองครักษ์อินทรี!!”
เหล่าขุนนางเต็มไปด้วยความปีติเมื่อเห็นหลินมู่อวี่ที่เป็นดั่งความหวังในการรอดชีวิต
“ฝ่าบาท”
หลินมู่อวี่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ เขาพลันแสดงความเคารพฉินจิ้น “ข้ามาช้าไป…ข้ามองความคิดของจีหยางและหลี่เฉียนซุนไม่ออก เป็นเหตุให้ตำหนักกวางโศกาถูกโจมตี…มันเป็นความผิดของข้าเองพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินจิ้นแย้มพระสรวลขณะที่ส่ายหัว “ไม่เลย เจ้ามาถูกเวลา! โชคดีจริง!”
หลินมู่อวี่พยักหน้าและลุกขึ้นยืนคุ้มกันเคียงข้างฉินจิ้น เขาใช้ทักษะชีพจรวิญญาณตรวจสอบรัศมีพลังของจอมยุทธ์โดยรอบทันทีเมื่อมาถึงตำหนัก นอกจากรัศมีพลังของชางไป๋เฮ่อและงูมังกรอายุหนึ่งหมื่นสองพันสามร้อยปี ผู้ที่มีพลังมหาศาลอีกคนก็คือจีหยาง ทว่าเขาอ่อนแอลงจากการต่อสู้ที่เกิดขึ้น หลินมู่อวี่จึงเลือกที่จะโจมตีจีหยางทันทีที่เข้ามาในตำหนักกวางโศกา หลินมู่อวี่ใช้แก่นเพลิงมังกรและสามประทีปทันทีเพื่อจัดการจีหยางในกระบวนท่าเดียว
ไม่กี่นาทีถัดมาเขาก็ฟื้นฟูพลังที่เสียไป
…
เว่ยโฉว เซี้ยโหวซาง และองครักษ์อินทรีนายอื่นๆ ถูกส่งไปประจำอยู่นอกเมืองหลวงโดยมีหน้าที่ล่าสัตว์และรวบรวมข้อมูลเท่านั้น พวกเขาไม่เคยทำหน้าที่คุ้มกันองค์จักรพรรดิ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสทองเช่นนี้ พวกเขาจึงพุ่งตัวออกไปจัดการเหล่าทหารชำนาญการของสำนักอัศวินทันที แม้จะจำนวนน้อยกว่า ทว่าก็มิได้เสียเปรียบแต่อย่างใด
ไม่นานทหารอวี้หลินกว่าพันนายก็เข้ามาสมทบ เมื่