สานมือแสดงความยินดีกับหลินมู่อวี่
หลินมู่อวี่พลันยิ้มรับพวกเขา
จากนั้นเหล่าทหารฝึกหัดได้ก่อกองไฟในที่โล่งก่อนจะเฉือดลูกแกะหลายตัวเพื่อเอามาทำอาหาร จีหยางออกคำสั่งให้นำเกวียนเหรียญทองเข้าไปเก็บในกองบัญชาการ หลัวอวี่และหลินมู่อวี่ต่างถูกเรียกเข้าไปในฐานะราชทูต
เสียงอึกทึกภายนอกมิได้รบกวนความเงียบสงบภายในกองบัญชาการ จีหยางนั่งอยู่บนบัลลังก์และวางมือบนที่พักแขน ดวงตาของขาเปล่งประกายขณะที่กล่าวว่า “ข้าได้ยินมาว่าร้านค้าแห่งจักรวรรดิพึ่งขายอาวุธดีๆ เมื่อไม่นานมานี้ และในเมื่อท่านหลินหยานเป็นผู้ที่คุณหนูจินเสี่ยวถังแนะนำให้แก่สำนักอัศวิน…เกรงว่าเราอาจต้องซื้ออาวุธและม้าเพิ่มจากร้านค้าแห่งจักรวรรดิ”
หลัวอวี่พึมพำ “ท่านราชทูตใหญ่ต้องการขยายกองกำลังเพิ่มอีกหรือขอรับ?”
จีหยางพยักหน้ารับก่อนกล่าวว่า “ถูกต้อง…แม้สำนักอัศวินจะเป็นเจ้าแห่งป่าล่ามังกรซึ่งไม่มีผู้ใดต่อกรได้ ทว่าข้าพึ่งได้รับสารว่าผู้บัญชาการเฟิงจี้สิงแห่งองครักษ์อวี้หลินกำลังจับตาดูเราอยู่ หากเขานำทหารม้ากว่าหมื่นนายบุกโจมตี ข้าเกรงว่าสำนักอัศวินอาจล่มสลายหายไปจากเมืองหลวงทันที”
จากนั้นจีหยางพลันทุบกำปั้นลงบนโต๊ะและกล่าวต่อว่า “เราจำเป็นต้องตุนเสบียงอาหารและรศาสตราวุธให้มากขึ้น มิเช่นนั้นเราจะถูกเหล่าองครักษ์อวี้หลินกำจัดจนหมดสิ้น!”
หลินมู่อวี่ตกตะลึงเมื่อได้ยิน…มันเป็นความจริงที่ว่าสำนักอัศวินตั้งตนเป็นศัตรูกับจักรวรรดิ ทว่าความแข